ในบรรดาวรรณกรรมเยาวชนที่กลายเป็นภาพยนตร์ดังแล้วสร้างกระแสได้ในระดับที่เรียกว่าเป็น phenomenon มีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่อง แบบที่มีสื่อเมืองนอกหลายแห่งขนานนามว่าเป็นตรีอติภาคแห่งปรากฏการณ์วัฒนธรรมยุคใหม่ หนึ่งคือ Harry Potter สองคือ Twilight และสามก็คือ The Hunger Games นี่แหละ ทั้งที่เนื้อเรื่องและแนวเรื่องของทั้งสามไม่ได้มีความเหมือนกันเลย จนบางครั้งแทบจะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญที่มีคนเอามาเปรียบกันอยู่ได้ แต่โดนกรอกหูจนหนีไม่พ้นล่ะ เพราะฉะนั้นก็ลองเทียบดูหน่อย
ที่จริงเราไม่ชอบให้ใครยกอะไรมาเทียบกับ Harry Potter สมัยก่อนเคยใช้ HP เป็นบรรทัดฐานเหมือนกัน แต่พอทุกเรื่องที่อ่านหลังจากนั้นเฟลหมดเลยรู้ตัวเลิกทำ เพราะเอาอะไรไปเปรียบเทียบกับ HP ก็ไม่ยุติธรรมทั้งนั้น คงจะไม่มีเรื่องไหนอีกแล้วที่ทำได้เทียบเคียงแบบนั้น สำหรับเรา HP ไม่ใช่แค่นิยายธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า มนต์ขลังไม่ใช่แค่ถ้อยคำ เหมือนเราหายใจเอาอากาศสดชื่นแล้วรู้สึกได้ว่าออกซิเจนมีอยู่จริง อ่าน HP ทีไรก็ทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมมันทำให้เรารักเรื่องนี้ได้ถึงขนาดนี้นะ เรารู้จัก HP ก่อนที่สำนักพิมพ์เมืองไทยจะพิมพ์เรื่องนี้ และซื้อฉบับแปลภาษาไทยตั้งแต่วันแรกที่มันออกมา แต่พอหนังภาคแรกฉาย ก็โคตรผิดหวังเลยเหมือนกัน หลังจากนั้นตอนหลังก็ทำใจได้ว่าเวลาดูหนังอย่าเอาไปเทียบกับหนังสือ แม้ว่าเวลาดูภาค 3 ทีไร ก็ยังเกลียดตอนจบไม้กวาดบินแบบนั้นทุกที
มาถึง Twilight เราอ่านนิยายจบ 4 เล่มก่อนที่มันจะสร้างเป็นหนัง อ่านแล้วก็ชอบนะ แต่ไม่ถึงขนาดประทับใจ พอไปดูหนังก็รู้สึกว่ามันช่างห่วยเหลือเกิน ดูในโรงแค่ภาคแรกภาคเดียว ภาคอื่นดูในโทรทัศน์แบบเกือบจะหลับ ตอนนี้ภาค 4.1 ก็ยังไม่ได้ดูเลย แต่บางครั้งเวลาเพื่อนด่าเรื่องนี้ให้ฟังก็แก้ตัวอ่อยๆ ให้นิดหน่อยว่า นิยายมันก็สนุกดีนะ บอกตามตรงว่า เราไม่เคยเห็นหนังที่ประสบความสำเร็จมากๆ เรื่องไหนมีจำนวนคนเกลียดมากเท่านี้มาก่อนเลย
ตอนนี้มาถึงยุคของ The Hunger Games กระแสในบ้านเราอาจจะงั้นๆ แต่ที่อเมริกาทุบสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศไปหลายอย่าง ความเห็นคนดูก็แตก คนทั่วไปไม่พูดถึงแล้วกัน ดูเฉพาะตามแฟนฟอรั่มของเรื่องนี้ ส่วนใหญ่พอใจมาก แต่ที่ผิดหวังก็มี บอกหนังสือดีกว่า เพราะฉะนั้นสรุปว่า สำหรับเราทั้งสามมีจุดที่เหมือนกันคือ เป็นเรื่องที่ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ได้ไม่ดีเท่านิยายทั้งสามเรื่อง และขอย้ำว่า ใช้หนังตัดสินคุณค่าของสามเรื่องนี้ไม่ได้
ส่วนหนึ่งที่ทั้งสามเรื่องนี้ถูกจับเทียบกันบ่อย คงเพราะคนอ่านคนดูที่เป็นแกนหลักนั้นเป็นคนกลุ่มเดียวกัน เหมือนว่าเด็กที่อ่าน HP พอโตมาถึงวัยมีความรักก็ชอบ TW ต่อมาก็ชอบ HG แต่กลุ่มนี้ควรจะอายุมากขึ้นหน่อย เพราะต้องรับรู้ว่า หลังจากการต่อสู้ผจญภัย หลังสิบเก้าปีผ่านไป ทุกอย่างอาจไม่เป็นไปด้วยดี ชีวิตแม่งบัดซบว่ะ ทำไมทั้งสามเรื่องที่ดูไม่ค่อยเหมือนกันนี้ถึงทำให้วัยรุ่นชอบมากๆ ได้ขนาดนั้น ถ้าให้หาจุดร่วมจริงๆ นอกจากที่ว่าทั้งสามเรื่องแต่งโดยนักเขียนหญิง ก็คงอยู่ที่ทั้งสามเรื่องมีตัวเอกที่เป็นเด็กวัยรุ่น และมีตัวละครที่ดึงดูดให้คนอ่านเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยได้
ใน HP แม้จะไม่ใช่มุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่ก็เหมือนเราอยู่กับแฮร์รี่ตลอดเวลา ผจญภัยไปกับแฮร์รี่ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วน TW นี่ก็อยู่ในหัวเบลล่าเลย ฉันอย่างนั้นฉันอย่างนี้ เวลาเป็นหนังอาจจะเซ็งว่าไอ้หมอนี่มันเป็นแวมไพร์ชัดๆ ทำไมนางเอกโง่ไม่รู้ตัวซะที แต่ตอนอ่านนี่กว่าจะรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์ใช้เวลาครึ่งเล่ม และทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แล้วแต่มันก็ยังอ่านสนุกนะ เพราะสมมุติว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดกับเราจริงๆ ที่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ใครจะไปคิดว่าจะมีแวมไพร์จริงๆ บ้างล่ะ และใน HG เราก็อยู่กับแคทนิสตลอดเช่นกัน คนที่ชอบทั้งสามเรื่องนี้จะต้องเปิดใจและเชื่อมโยงกับตัวละครหลักของเรื่องได้ในระดับหนึ่ง เพราะถ้าไม่ชอบตัวละครก็จบ ในใจก็จะค้านทุกสิ่งทุกอย่างของโลกในเรื่องที่มองออกมาจากตัวแฮร์รี่ เบลล่า และแคทนิส
อ่าน Part III ต่อ มีบางจุดสปอยล์เลยเถิดถึงจบ Mockingjay เลยนะ