แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยายจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยายจีน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

มหากาพย์ภูผามหานที ตอน ปาฏิหาริย์แห่งผู้กล้า - เฟิ่งเกอ

คะแนน : 7.25

เปิดศักราชใหม่แล้ว วันหยุดปีใหม่นี่มีความสุขดีนะคะ ถือโอกาสอู้ต่อสองสามวัน มีคนบอกเราว่า พออายุมากขึ้น บางทีเราก็ต้องการอะไรน้อยลง มีความสุขง่ายขึ้น อืมม์ มันก็จริงนะ แค่ได้วันหยุดหลายวันอยู่สบายเฉยๆ ก็แฮปปี้แล้ว ทบทวนปีที่ผ่านมา เราว่าเป็นปีที่ตัวเองมีความสุขดี ต่างจากบางปีที่ยุ่งวุ่นวาย จนหนังสือที่ซื้อมายังไม่ได้แกะพลาสติกมีกองท่วม ปีนี้อ่านหนังสือได้เยอะพอสมควร แต่เพราะมันเป็นปีที่ค่อนข้างสบาย ก็ไม่ค่อยได้อะไรมาเป็นชิ้นเป็นอัน ปีนี้ล่ะ อาจจะต้องหยุดเที่ยวเล่นลดการอ่านนิยาย ทุ่มเทเพื่ออนาคตซะที

ทิ้งช่วงจากภาควีรกรรมผู้กล้ามานานพอสมควรแล้ว ได้เวลากลับมาอ่านเรื่องนี้ให้จบซะที เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องจากภาคที่แล้วเท่าไหร่นะนี่ เวลาผ่านไปหลายร้อยปี มาถึงยุคราชวงศ์หมิง ชื่อเหลียงเซียวเหลือมาถึงภาคนี้แค่เป็นตำนาน วิชาฝีมือที่กล่าวถึงก็ดัดแปลงไปเยอะแทบไม่เหลือเค้าเดิม จริงๆ จะบอกว่าเป็นคนละเรื่องก็ยังได้ แต่ผู้แต่งอยากจะเชื่อมโยงก็โอ เป็นสีสันให้มีความต่อเนื่อง

วิชาฝีมือภาคนี้นี่มันการ์ตูนชัดๆ เลยนิ เราไม่มีปัญหาเพราะโตมากับการ์ตูนอยู่แล้ว แต่สงสัยว่า พวกคอกำลังภายในรุ่นเดอะ อ่านแล้วจะทำหน้ายังไง ศพผีน้ำ วิทยายุทธ์อิทธิฤทธิ์ สิทธิฤทธิ์ เนตรกระบี่ จุดไฟออกจากตาได้ด้วย โอ้โฮเฮะ นึกว่ากำลังอ่าน BOOM อยู่ซะอีก

ภาคนี้ก็อ่านสนุกนะ ดำเนินเรื่องเร็ว แต่ปัญหาจากภาคที่แล้วก็ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่มีแก่นหลักของเรื่อง ตัวเอกไม่มีเป้าหมาย สู้ไปเรื่อยๆ เจอคนนั้นคนนี้ ผ่านประสบการณ์พิสดารไม่หยุดหย่อน ไปเป็นฉากๆ เนื้อเรื่องไม่ค่อยปะติดปะต่อ แล้วจะไปญี่ปุ่นเจอ โอดะ โนบุนากะ ทำไมฟะ ไม่เห็นสำคัญกับเนื้อเรื่องตรงไหน ตัวละครที่เป็นคนจริงในประวัติศาสตร์ไม่ใช่นึกอยากใส่ก็ใส่นะ ถ้าไม่มีความหมายก็ไม่ต้องใส่มาก็ได้ ลองดูตัวอย่างจากกิมย้ง ดูบทเจ็งกิสข่านในมังกรหยก หรือคังซีในอุ้ยเซี่ยวป้อ เป็นต้น

เนื้อเรื่องจะว่าสนุกก็สนุก แต่บางทีก็ เอิ่ม.. ตอนเฉลยชาติกำเนิดลู่เจี้ยนเล่ม 6 ไม่รู้จะหัวเราะหรือไม่หัวเราะดี โห มุกนี้ยังเล่นอยู่อีก แล้วเสิ่นโจวซวี กับ กู่เสินทง ตายโคตรง่ายเลย ตอนหลังออกทะเลก็ออกทะเลจริงๆ ไปถึงอังกฤษ แก้ปริศนาหาไอเทม ยังกะเกม RPG เนื้อเรื่องเป็นแบบอ่านเอามันส์ แต่มันไม่งดงามแบบภูษิตฟ้าไร้ตะเข็บ ที่รายละเอียดทุกอย่างเชื่อมกันหมดจด

ตัวละครน่าเบื่อ ไม่มีมิติ ลู่เจี้ยนไม่มีบุคลิกอะไรเด่นเลย กู่เจินคล้ายเซียวฮื้อยี้ แต่ไม่มีเสน่ห์เท่า เหยาฉิงนี่ร้ายเกินไป ไม่น่ารักจริงๆ นั่นแหละ นางเอกน่ะเป็นนางมารน้อยได้ แต่อาฉิงนี่เกือบจะเป็นอาจี่แห่งแปดเทพฯ ได้แล้วนะ เฟิ่งเกอคงยังไม่ค่อยได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมากมาย การเขียนเรื่องความสัมพันธ์ของผู้คนมันถึงไม่ค่อยลึกซึ้ง เรื่องบุญคุณความแค้นนี่เป็นไปตามแบบฉบับมาก เรื่องความรักภาคนี้ก็ไม่ได้พัฒนาจากภาคก่อนเท่าไหร่ แหม มีนักอ่านชายยุว่าทำไมพระเอกไม่รวบสอง ไม่ดีค่ะ อย่าเลย คนรุ่นใหม่ รักเดียวใจเดียวแบบนี้ดีแล้ว ลู่เจี้ยนที่ทื่อๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์งัดคำพูดเท่ๆ มาพูดให้โดนใจเราได้นิดนึง มันไม่ได้แปลกใหม่มากหรอก แต่ก็โดน

"ข้าพเจ้ายอมตายเพื่อแม่นางหนิง
แต่ว่ามีชีวิตอยู่เพื่อท่านคนเดียว"


มหานทีกับภูผา เทียบกันยากว่าภาคไหนดีกว่า มันมีจุดเด่นจุดด้อยคนละแบบ สรุปง่ายๆ แล้วกันว่า ภาคมหานทีนี้อ่านสนุก แต่เรายังประเมินอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยถูก คงชอบประมาณ 7 - 7.5 นี่แหละ คะแนนอาจดูเหมือนถูกกด เพราะเราอดเอาไปเปรียบเทียบกับงานของกิมย้งไม่ได้ ซึ่งก็รู้ว่ามันไม่ยุติธรรม แต่ทำไงได้ เฟิ่งเกอบอกเองว่า เขาได้รับอิทธิพลจากกิมย้งสูง อ่านแล้วก็ทำให้อดเทียบไม่ได้ ยังไงก็รู้สึกว่ามันก็ยังขึ้นไม่ถึงชั้นยอดนิยายกำลังภายในอยู่ดี มีคนเขียนในเว็บบอร์ดว่า เฟิ่งเกอเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาอยากสร้างผลงานที่มี impact ดุจเดียวกับ Lord of The Rings ให้วงการวรรณกรรมจีน เป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่นะ แต่ถ้าดูจากผลงานตอนนี้ ก็ยังห่างเป้าหมายไกลโข แต่ยังไงก็ให้กำลังใจ เฟิ่งเกอยังมีเส้นทางอีกยาวไกล นี่ยังเป็นผลงานชิ้นแรกๆ ลีลาเขียนนี่ดีแล้ว จินตนาการก็ได้ น่าจะพัฒนาได้เต็มที่กว่านี้ในอนาคต ก็จะรอดูผลงานต่อไปแล้วกัน

ป.ล. พอมาดูรูปปกเรียงกัน เพิ่งสังเกตว่า ปกเล่ม 7-8 นี่มันเอาปก 1-4 มาผสมกันนี่นา ฮ่าฮ่า เพราะฉบับภาษาจีนมี 6 เล่ม พอฉบับไทยมากระจายเป็น 8 เล่ม เลยต้องทำอย่างนี้

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

มหากาพย์ภูผามหานที ตอน วีรบุรุษผู้กล้า - เฟิ่งเกอ

คะแนน : 7

ภาคนี้มี 8 เล่ม เรื่องราวต่อเนื่องจากปฐมบทผู้กล้า ตัวเอกเป็นลูกชายของพระเอกนางเอกภาคที่แล้ว ชื่อเหลียงเซียว ไม่เล่าเรื่องย่อนะคะ มีคนเขียนเล่าไว้ในเน็ตเยอะแล้ว จะพูดถึงแต่ความคิดเรา

เล่ม 1 เหลียงเหวินจิ้งตายอนาถจริงๆ ด้วย ตายไม่ว่า แต่น่าจะยิ่งใหญ่กว่านี้หน่อย เหลียงเซียวตอนเป็นเด็กนี่เกรียนอย่างที่มีคนวิจารณ์จริงๆ เล่มต้นๆ นี่ยังโอเค ตอนเข้าวังความลับฟ้า มีเรื่องราวน่าติดตามใช้ได้ทีเดียว วิชาฝีมือที่ผสมคณิตศาสตร์กับกระบวนท่ารูปปั้นวีรบุรุษโบราณนี่แปลกใหม่ใช้ได้ แต่พอออกจากวังความลับฟ้า เรื่องราวก็เริ่มมั่วสะเปะสะปะ ตกลงจะแก้แค้นหรือจะทำอะไร เดี๋ยวก็ไปสู้กับยอดฝีมือคนโน้นคนนี้ เดี๋ยวก็ไปนำทัพมองโกล วิชาฝีมือก็สับสน ไอ้วิชาที่อุตส่าห์ฝึกก็กลับเปลี่ยนแนว เป็นลูกกลมหยินหยาง กระบี่ฝ่ามือกำลังภายในมั่วไปหมด ท่าเท้าทศทิศที่เป็นจุดเด่นอุตส่าห์คิดเองได้ก็ไม่เห็นจะใช้เท่าไหร่เลย

ช่วงเล่มกลางๆ ถ้าใช้สำนวนกำลังภายใน ต้องบอกว่าอ่านแล้วรู้สึกท้อแท้ผิดหวัง แทบเห็นว่าเฟิ่งเกอนี้มีเพียงกระบวนท่าลักจำ ปราศจากวิชาฝีมือที่แท้จริง ในภาคปฐมบทผู้กล้า เนื่องจากเล่มเดียวจบ จึงรวบรัดชัดเจนกว่า เป็นผลงานเล่มแรกของนักเขียนใหม่ จะดำเนินรอยตามปรมาจารย์กิมย้ง ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตำหนิมากนัก เนื่องจากไม่ยาว ยังเห็นฝีมือผู้แต่งไม่นาน เห็นเปล่งประกายมีแวว คนอ่านก็ยินดี แต่ในวีรบุรุษผู้กล้า มีหลายส่วนลอกเลียนกิมย้งมากเกินไป เช่นการประลองดนตรีของสามยอดฝีมือ ฉากฉลามกัดกินพวกเดียวกันในทะเล คัดลอกมาชัดเจน รู้สึกว่าน่าละอายไปบ้าง เนื่องจากเป็นเรื่องยาวแล้ว ได้เห็นฝีมือเต็มที่ เปรียบเหมือนเฟิ่งเกอแสดงกระบวนท่าออกมามากหลาย แต่ไม่มีไม้ตายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่แท้จริง ดูไปดูมามีแค่นี้เอง อ่านไปรู้สึกไร้รสชาติยิ่ง

เล่ม 7-8 เนื้อเรื่องสนุกขึ้น การพบกันอีกครั้งของสองแม่ลูก จนถึงบทสรุปของความแค้นนี่เขียนได้ประทับใจ เรื่องราวความรักของเหลียงเซียวกับหญิงสาวในเรื่อง ก็ดำเนินเรื่องได้ดี แม้ตัวเอกจะโลเลไปบ้าง แต่ไม่ใช่ผู้ชายน่ารังเกียจ อ่อนแอห่วยแตกแบบเตียบ่อกี้ในดาบมังกรหยก แต่แสดงภาพความรักสามเส้าที่ทุกฝ่ายน่าเห็นใจและไม่มีใครผิดได้ดี

แต่ในข้อดีที่มี ก็ไม่อาจกลบจุดอ่อนที่เห็นชัดได้ เนื้อเรื่องไม่มีพล็อตหลัก แค่ติดตามการผจญภัยของเหลียงเซียวตั้งแต่เป็นเด็กสิบขวบ จนถึงอายุ 30 ปี เรื่องราวสับสนไม่ปะติดปะต่อ เดี๋ยวอยู่ในจงหยวน เดี๋ยวลงทะเล เดี๋ยวเดินทางข้ามทะเลทราย ตัวละครในเรื่องไม่มีใครโดดเด่น แค่มีบุคลิกสุดโต่งเลียนแบบตัวละครจากเรื่องดังๆ ยุคเก่า ฉากสงครามการรบเลียนแบบเรื่องของหวงอี้ แต่ไม่อลังการเท่า ฉากสุดท้ายเรื่องปริศนาชะตากรรมของตัวเอก เหมือนจะดีเขียนให้ตีความ แต่จริงๆ ห่วย มีคนใช้มุกนี้ไม่รู้กี่เรื่องแล้ว

ที่เห็นแปลกหน่อย มีเพียงมุมมองที่มีต่อสงครามและการต่อสู้แก่งแย่งในเรื่อง เฟิ่งเกอเป็นนักเขียนยุคใหม่ ความคิดก็เลยออกแนวโลกาภิวัตน์หน่อย มองโกลไม่ใช่เพียงคนเลวผู้รุกราน ต่างจากความคิดกู้ชาติในเรื่องมังกรหยก ที่อาจจะดูคร่ำครึไปบ้างในสายตาคนปัจจุบัน

สรุปว่า อ่านได้เอาสนุก แต่ยังไม่สามารถจัดเข้าทำเนียบยอดนิยายกำลังภายใน หวังว่า ภาค 3 จะดีกว่านี้ แต่รอเวลาก่อนดีกว่า ยังไม่รีบอ่าน จะได้ไม่ติดอคติไปมากนัก

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

มหากาพย์ภูผามหานที ตอน ปฐมบทผู้กล้า - เฟิ่งเกอ

คะแนน : 8

นิยายจีนเรื่องสุดท้ายที่อ่านไปคือ "จอมคนแผ่นดินเดือด" ของหวงอี้ ซึ่งก็สนุกนะแต่ไม่ปลื้มมากเท่าไหร่ พอถึง "ศึกรักแดนสนธยา" กับ "ผู้พิชิตดาราจักร" เห็นพล็อตเรื่องแปลกๆ ก็เลยขี้เกียจอ่าน ตอนนี้เห็นนิยายชุดใหม่ของนักเขียนใหม่ชื่อเพราะดี มหากาพย์ภูผามหานที เห็นเขาว่า สไตล์การเขียนคล้ายกิมย้ง ก็เลยสนใจ ลองหน่อยซิ

พออ่านแล้วก็รู้สึกว่า เหมือนกิมย้งจริงๆ ด้วย ฉากของเรื่องอยู่ในยุคสมัยซ้องใต้ ชาวฮั่นเผชิญกับการรุกรานของมองโกล พระเอกชื่อเหลียงเหวินจิ้ง โง่งมงายเหมือนต้วนอวี้ในแปดเทพอสูรมังกรฟ้าเลย พระเอกหน้าตาเหมือนไหวอันอ๋อง โอรสองค์รองของฮ่องเต้ พอดีท่านอ๋องตัวจริงถูกลอบสังหาร จับพลัดจับผลูต้องสวมรอยแทน บังเอิญได้รับถ่ายทอดวิชาจากยอดฝีมือ ฝึกวิชาท่าเท้าสามสาม ศัตรูช่วยฝึกกำลังภายในให้อีก นางเอกเป็นสาวแสบชาวมองโกลลูกศิษย์มาร ตอนหลังพระเอกต้องนำทัพรักษาเมืองต้านมองโกล

สนุกดี วิชาในเรื่องก็แปลกดีใช้ได้ นี่เป็นนิยายเล่มเดียวจบ เนื้อเรื่องก็ไปเร็วหน่อย แต่ใส่เรื่องราวทั้งรักทั้งบู๊มาได้กำลังดีนะ ถึงจะไม่แปลกใหม่ เรื่องดำเนินตามสูตรนิยายกำลังภายใน แต่สนุกอ่ะ นิยายชุดนี้มีอีก 2 ภาคใหญ่ ภาคต่อไป วีรบุรุษผู้กล้าก็ 8 เล่มแล้ว หุหุ ดีใจ มีกองหนังสือตั้งใหญ่ที่อยากอ่านแล้ว แต่ต้องรอวันหยุดเสาร์อาทิตย์หน้าก่อน จะได้อ่านรวดเดียวไม่ต้องเบรก สัปดาห์นี้ก็มีความสุขกับการรอคอยไปก่อน