แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรแมนซ์ร่วมสมัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรแมนซ์ร่วมสมัย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

The Great Escape - Susan Elizabeth Phillips

คะแนน : 8 ตั้งแต่ที่เห็น AAR ให้เรื่องนี้มา C+ เมื่อเดือนที่แล้ว ก็ทำให้เราต้องรีบขยับลดระดับความคาดหวังของตัวเองลงทันที อย่ารอลุ้นมากจะได้ไม่กดดันตอนอ่านจริง ยังไม่ได้อ่านรีวิวอันนั้นเลย เดี๋ยวจะกลับไปดูอีกทีว่าทำไมเกรดต่ำจัง เพราะเมื่อได้อ่านเองแล้วเราว่าเล่มนี้มันก็สนุกดีนี่นา แค่ขึ้นหน้าที่ 4 เท่านั้นก็เรียกเสียงหัวเราะพรืดแรกของเราได้แล้ว ตลอดเรื่องก็ขำกิ๊กกั๊กไปเกินสิบ มีหนนึงเราฮาก๊ากนาน 30 วินาทีเลย

ตอนต้นเรื่องเหมือน Hot Shot ลูซี่หนีออกจากงานแต่งงานของตัวเองใน Call Me Irresistible ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หนีหายไป แต่หลังจากนั้นเรื่องจะไปคล้ายๆ พวก Breathing Room, This Heart of Mine, Natural Born Charmer มากกว่า ตัวละครที่กำลังเสียศูนย์กับชีวิตมาอยู่ด้วยกันในบ้านพักริมทะเลสาบ บวกกับคู่รองที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน เป็นเรื่องที่เดินตามสูตรประจำของ SEP ทุกอย่าง ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่เราชอบสูตรนี้น่ะ แล้วเราชอบตัวละครของ SEP จริงๆ

ทั้งเรื่องมีตัวละครแค่ไม่กี่คนหรอก หลักๆ แค่ 5-6 คนเอง เพี้ยนๆ สติแตกกันนิดหน่อยแต่ก็น่ารัก ทุกคนมีปัญหาชีวิตของตัวแต่ก็พยายามจะจัดการตั้งศูนย์ตัวเองอยู่ เป็นกลุ่มคนที่ทำให้การได้รู้จักกันเป็นสิ่งที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่เดินผ่านไปผ่านมาในชีวิต ลูซี่หนีออกมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แล้วก็มาใช้เวลาตั้งหลักค้นหาตัวเอง (ในคราบของ the girl with the fake dragon tattoo) ^_^ คุณพี่หมีแพนด้าก็เป็นพระเอกที่โอเคนะ ส่วนบรีก็แทบจะเป็นนางเอกอีกคนได้เลย ฉากตอนที่กอดกับเด็กชายโทบี้ซึ้งมาก มีช่วงท้ายเรื่องเท่านั้นที่รู้สึกว่าเรื่องยืดไปหน่อย แต่โดยรวมๆ เล่มนี้ก็น่าพอใจมาก

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

About That Night - Julie James

คะแนน : 8
ตอนนี้มีชื่อชุดแล้ว เล่มนี้คือ FBI/US Attorney Series #3 เป็นเรื่องของไคล์ ฝาแฝดของนางเอกเรื่อง A Lot Like Love ไคล์โผล่มาครั้งแรกในเล่มที่แล้ว เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้พระเอกนางเอกเรื่องนั้นเจอกันนั่นเอง เพราะจอร์แดนต้องการช่วยให้ไคล์พ้นโทษออกจากคุกได้เร็วขึ้น มาเล่มนี้ไคล์ก็ได้บทพระเอกเต็มตัว

ไคล์ติดคุกในฐานะนักโทษผู้ก่อการร้ายที่ถล่มเว็บไซต์ทวิตเตอร์ล่มไปสองวัน เขาเป็นนักคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ลูกชายมหาเศรษฐีพันล้านเจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์ แต่ก่อเรื่องเนื่องมาจากความเมาที่ถูกแฟนเก่าบอกเลิกใน 140 ตัวอักษร ตอนนี้เขาได้ออกจากเรือนจำมาแล้วแต่ยังถูกกักบริเวณในบ้าน ส่วนนางเอกชื่อ ไรแลนน์ (นางเอกของ JJ ชื่อ unisex ทุกคนเลย จอร์แดน, แคเมอรอน, เพย์ตัน, เทย์เลอร์) ไรแลนน์เพิ่งเลิกกับแฟนเลยย้ายมาอยู่เมืองนี้ในตำแหน่งผู้ช่วยอัยการ เป็นลูกน้องของแคเมอรอน (Something About You) งานชิ้นแรกของไรแลนน์คือการขึ้นศาลเพื่อขอลดหย่อนโทษให้ไคล์ แต่ว่านี่ไม่ใช่การพบกันครั้งแรกของทั้งสองคน เพราะเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ทั้งสองเคยพบกันในบาร์ และคืนนั้นไคล์เดินไปส่งไรแลนน์กลับที่พัก แต่โชคชะตาก็ไม่เป็นใจ ณ ตอนนั้น เมื่อมาเจอกันอีกตอนนี้ ทั้งสองจะสานต่อเรื่องราวจากคืนนั้นอย่างไร

ถ้าว่ากันในส่วนของเนื้อเรื่อง เรื่องนี้แทบไม่มีประเด็นอะไรเลย ไม่มีแอกชั่นอย่างสองเรื่องก่อนด้วย แต่ก็ยังอ่านสนุก ก็เพราะตัวละคร พระเอกนางเอกและทุกคนในเรื่องของ JJ น่ะโอเคมากๆ ฉลาด นิสัยดี มีเหตุผล รู้สึกว่าเป็นคนที่สมบูรณ์แบบมาก ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีข้อเสีย ไม่เคยทำผิด แต่เพราะพวกเขาไม่ perfect ก็เลยรู้สึกว่าเขายิ่ง perfect น่ะ มีการกล่าวถึงตัวละครจากเล่มก่อนๆ บ้าง เรื่องนี้ต้องอ่านคู่กับ ALLL เลย จะได้รู้จักจอร์แดน แล้วจะอินกับฉากที่ไคล์คุยกับจอร์แดนมากขึ้น

พระเอกนางเอกเป็นคนรุ่นใหม่ทำงานทำการ ฉากและบรรยากาศของเรื่องสมัยใหม่มากๆ ชัดเจนอยู่แล้วกับการที่กล่าวถึงทวิตเตอร์ เวลาไคล์จะเช็คประวัตินางเอกก็กูเกิล และมีอยู่บรรทัดหนึ่งในเรื่องที่เราอ่านแล้วยิ้มเลย ไลแรนน์บอกว่ามีนัดจะไปดูหนังเรื่อง The Hunger Games (เดี๋ยวจะมาเขียน Re-Reads ต่อนะ พอดีช่วงที่ผ่านมายุ่งมากเลย) ฮ่าฮ่า คงเช็คไว้แล้วว่าเล่มนี้ออกหลังหนังฉายแค่ประมาณ 10 วัน เวลา JJ แต่งตรงนี้นึกปฏิกิริยาคนอ่านแล้วคงเอาลิ้นดุนแก้มอยู่แน่ๆ

อ่านเพลินเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ บทสนทนาดีมาก ตลกน่ารักแบบไม่ต้องกัดใครให้อาย พอใกล้จบยังงงนิดหน่อยเลยว่า อ้าวจะจบแล้ว แทบจะไม่มีเนื้อเรื่อง ไม่มีความขัดแย้งระหว่างพระ-นางเลย แต่ไม่มีเบื่อเลยนะ ถือว่าไม่ผิดหวัง แต่ยังไม่พีคมากเหมือนเรื่องที่มีแอกชั่น อารมณ์คล้าย Practice Makes Perfect มากกว่าเล่ม 1-2 ในซีรีส์นี้ แต่ซีรีส์นี้ยังมีต่อแน่เลย เล่มนี้เหมือนจะเปิดตัวเคด อัยการหนุ่มอนาคตไกลไว้

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

Silver - Penny Jordan

คะแนน : 7.5

เพิ่งทราบจากเว็บบอร์ดว่า เพนนี จอร์แดน เสียชีวิตเมื่อวันสิ้นปีที่ผ่านมาในวัย 65 ปี ก่อนหน้านี้เราเคยอ่านงานของ เพนนี จอร์แดน มาแค่สองเรื่อง และไม่ได้ติดใจมากมาย เฉยๆ กับ "ตามหัวใจไปสุดหล้า" แต่เคยมีเพื่อนสมัยเรียนสองสามคนที่กรี๊ดเรื่องนั้นเอามากๆ ในฐานะนักอ่าน หนทางที่จะแสดงความคารวะต่อนักเขียน ก็คงเป็นที่การอ่านล่ะนะ ไม่รู้จะเลือกเรื่องไหนดี เขียนไว้เยอะมากเป็นร้อยเรื่อง เอาเรื่อง Silver นี้แล้วกัน เห็นเคยมีแปลไทย แล้วมีเป็นฉบับการ์ตูนที่ฟูจิตะ คาซุโกะ วาดด้วย (VBK ลอยแพ Rising แล้วใช่ม้ายยย) อ่า แต่แบบการ์ตูนอ่านได้แค่ตอนแรกก็เลิกค่ะ มันจั๊กจี้

นางเอกเป็นลูกสาวท่านเอิร์ล เคยเป็นเด็กขี้เหร่ ไปทำศัลยกรรมใบหน้าให้สวยเลิศ และสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า ซิลเวอร์ เพื่อจะกลับไปแก้แค้นญาติหนุ่มผู้พี่ที่เคยหลอกลวงเธอให้หลงรัก และเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อของเธอตาย แต่เพื่อให้แผนการสำเร็จได้เธอต้องรู้จักวิธียั่วยวนผู้ชายซะก่อน เธอจึงจ้างวาน เจค อดีตมือปราบ ปปส. ที่ตาบอดจากเหตุระเบิด ให้ช่วยสอนบทเรียนบนเตียงให้ แล้วเธอก็กลับไปลอนดอนเพื่อดำเนินตามแผน แต่เจคก็ติดตามมาด้วย เพราะเขาก็มีแผนการล่าตัวผู้อยู่เบื้องหลังคนที่ฆ่าภรรยาของเขาเช่นกัน

เตือนสปอยล์
ก็อ่านสนุกดีนะ แต่ว่าทั้งที่เนื้อเรื่องไม่ได้เยอะ หนังสือกลับยาวมากทีเดียว เนื้อหาส่วนแรก เป็นช่วงที่ซิลเวอร์จ้างเจค ในนิยายนี่มันก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีฉากติดเรตมากมายอะไร น่าติดตามดี แต่พอส่วนที่สองกลับไปเล่าย้อนถึงความหลังของนางเอก ส่วนที่สามเล่าเรื่องพระเอก ช่วงนี้เรื่องมันอืดไปนิด เล่าเรื่องละเอียดยิบ ตัวละครแต่ละคนนี่บอกความเป็นมาตั้งแต่โคตรเหง้าศักราช ชีวิตวัยเด็ก วัยรุ่น ตอนโต บอกทุกอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร บางทีแค่กินกาแฟหรือเปิดประตูยังมีบรรยายเลยว่ารู้สึกยังไง ไม่ใช่แค่ตัวเอกนะ ตัวร้ายด้วย แทบทุกคนที่โผล่มาก็ว่าได้ อธิบายปมประเด็นปัญหาชีวิตทุกอย่าง ไม่ต้องปวดหัวตีความทั้งสิ้น บอกมาให้รู้เสร็จสรรพหมดแล้ว

อ่านแล้วก็ไม่ได้เบื่อนะ แต่ขำๆ นิดหน่อยว่า แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าเขียนแบบมุมมองของพระเจ้า เล่าได้ทุกอย่างเหมือนมองจากเบื้องบน แต่อีตอนเล่าเรื่องของพระเอกกับภรรยาน่ะ เขียนซะเราชอบเบ็ธมากกว่านางเอกซะอีก แล้วก็คิดขึ้นมาว่าเดี๋ยวตัวนี้ก็ต้องตายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ จะหลอกให้เผลอเอาใจช่วยทำไม เล่าความหลังกันยาวจริงๆ

ช่วงที่สี่ค่อยมาดำเนินตามแผนแก้แค้น ช่วงนี้สนุก ตามล่านักค้ายาเสพติดไปด้วย เนื้อเรื่องเดาไม่ยากหรอก ตามสูตร แต่เขียนอ่านเพลินดี ตัวละครก็โอเค เราชอบซิลเวอร์กับเจคนะ แต่เวลาอยู่ด้วยกันน้อยไปหน่อย ส่วนแรกไม่นับ เพราะยังไม่ดีกัน น่าจะตัดๆ ช่วงตรงกลางออกบ้าง แล้วขยายเรื่องช่วงท้าย ซิลเวอร์ตอนเป็นวัยรุ่นดูน่ารำคาญนิดหน่อยที่ทำอะไรไม่เป็นเลย แต่เจคนี่เป็นพระเอกที่ค่อนข้างดีทีเดียว ชอบจุดที่นางเอกทำศัลยกรรมเสริมสวยมา แต่พระเอกตาบอด "ผมเห็นความงามของคุณจากภายใน" ใช้ได้เลยล่ะ

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

Prey - Linda Howard

คะแนน : 7
เล่มนี้หน้าปกกับเนื้อหาข้างในไปคนละทาง ตอนแรกก่อนอ่านเห็นปกแล้วก็เฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร พออ่านจบแล้วมาเขียนบล็อก แปะรูปเสร็จ สิ่งแรกที่นึกทันทีก็คือ รูปนี้ไม่สื่ออะไรถึงเนื้อเรื่องเลยนะเนี่ย เกิดใครไม่เคยอ่าน Linda Howard แล้วหลงซื้อเล่มนี้เพราะหน้าปก อ่านจบก็คงงงๆ เหมือนกัน บุคลิกนางเอกไม่เหมือนผู้หญิงในรูปเลย ในเล่มมีตอนไหนใส่ขาสั้นนอนเล่นอยู่หวา แล้วในหนังสือฉากอยู่ในป่าทั้งเรื่อง ไม่เห็นมีใบไม้บนปกสักใบ

แอนจี้ พาวเวล รับช่วงธุรกิจต่อจากพ่อ เป็นไกด์นำทางเดินป่า แต่เพราะสภาพเศรษฐกิจซบเซา แถมมีไกด์หนุ่มมาดเข้มอย่าง แดร์ คัลลาแฮน เป็นคู่แข่ง ทำให้ลูกค้าหดหาย สถานการณ์ของเธอย่ำแย่ จนแอนจี้ต้องตัดสินใจเลิกกิจการ งานครั้งสุดท้ายของเธอ คือการพาลูกค้าสองคนเข้าป่าไปล่าหมี โดยไม่รู้เลยว่า หนึ่งในนั้นตั้งใจใช้ทริปนี้ดำเนินแผนการฆาตกรรม!

เนื้อเรื่องเล่มนี้น้อยมากๆ เน้นฉากแอกชั่นอย่างเดียว เรื่องลุ้นสืบสวนก็ไม่เท่าไหร่ แผนการซับซ้อนอะไรก็ไม่มี ตัวร้ายก็เห็นๆ ชัดว่าใคร โรแมนซ์ก็น้อย แดร์ปิ๊งแอนจี้อยู่ แต่แอนจี้โกรธแดร์ว่าเป็นคู่แข่งทำให้เธอเจ๊ง พระเอกนางเอกยืนเถียงกันตอนต้นเล่มฉากนึงในเมือง แล้วหลังจากนั้นก็เข้าป่ายาว กว่าพระเอกนางเอกจะได้เจอกันอีกทีไปครึ่งเล่มแล้ว ในป่าก็ไม่มีเนื้อเรื่องอะไรมาก นางเอกหนีผู้ร้าย หนีหมีดำกินคน ไปหลบพายุฝนอยู่ที่เคบินกลางป่ากับพระเอก ก็เลยได้ปรับความเข้าใจกัน แล้วก็ต้องพยายามเอาตัวรอดออกจากป่าโดยไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของคนร้ายกับสัตว์ร้าย

ก็เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินๆ ไปเรื่อยๆ เล่มนี้คล้ายๆ เรื่อง Ice มั้ง เนื้อเรื่องน้อย ตัวละครน้อย เวลาในเรื่องสั้น ตอนอ่านไม่มีช่วงเบื่อ แต่จบเล่มแล้วก็ไม่ได้มีจุดที่ชอบอะไรเป็นพิเศษ คือ พระเอกนางเอกเรื่องนี้ก็โอเคแหละ แต่ไม่มีพัฒนาการอะไร และเพราะทั้งคู่ถูกจับโยนใส่สถานการณ์คับขัน ก็เห็นใจกันเร็ว แต่เวลาเจอเรื่องที่ความสัมพันธ์ไปไวแบบนี้ บางทีก็อดไพล่ไปนึกถึงคำพูดนางเอกหนังเรื่อง Speed ที่ว่า "'relationships that start under intense circumstances, they never last." ไม่ได้แฮะ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Romeo, Romeo - Robin Kaye

คะแนน : 7.5

เรื่องนี้ออกมา 2-3 ปีแล้ว ตอนออกใหม่ๆ เห็นคนชม แต่ดูพล็อตเรื่องแล้วไม่แน่ใจ เลยไม่เอา แต่ตอนนี้กะจะหาอะไรเบาๆ อ่าน พอดีเห็นเรื่องนี้อีกที ดาวดีแฮะ มีตามมาเป็นซีรีส์ตั้งหลายเล่ม เอ้า ก็ได้

โดมินิค โรมีโอ เป็นมหาเศรษฐีหนุ่มรูปหล่อที่สร้างธุรกิจขายรถยนต์ขึ้นมาด้วยตนเอง วันหนึ่งเขาในชุดช่างเครื่อง ขับรถผ่านไปเจอ โรซาลี โรนัลดี รถยางแบนอยู่ข้างทาง ก็เลยช่วยพาหญิงสาวไปส่งบ้าน และเอารถไปเข้าอู่ให้ โดยไม่บอกว่าเขาเป็นใคร จังหวะประจวบเหมาะที่ทั้งคู่ต่างเพิ่งเลิกรากับแฟน เพราะไม่ชอบการผูกมัดทั้งคู่ ทั้งสองก็เลยเริ่มต้นคบกันด้วยข้อตกลงที่ว่า ห้ามจริงจัง แต่แล้ว โรซาลีเกิดไม่สบายเป็นปอดบวม นิคก็เลยมาช่วยดูแล

ตอนแรกที่ไม่ไว้ใจก็เพราะที่บอกว่าพระเอกมหาเศรษฐีปลอมตัวเป็นช่าง มาดูแลทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ให้นางเอกนี่ล่ะ สมัยนี้มุกนี้ไม่ไหวม้าง แต่พออ่านจริงแล้วก็โอเคนะ ไม่สะดุด เรื่องเป็นธรรมชาติไม่เหมือนที่กลัว ตอนแรกนิคแค่ไม่อยากบอกว่าเขาเป็นใคร เพราะเจอผู้หญิงอยากจับเขาเยอะ แล้วสถานการณ์พาไป ตอนหลังก็ยิ่งไม่กล้าบอกความจริง นิคดูจับต้องได้กว่าที่คิด ไม่ใช่เหมือนออกมาจากความเพ้อฝันของผู้หญิงเฉยๆ

แต่เหตุผลสำคัญที่เรื่องมันดูไม่งี่เง่าก็คงเป็นเพราะตัวนางเอก เธอไม่ได้โง่ไม่รู้อะไร ไม่กี่วันลีก็รู้ว่านิคเป็นใคร แต่เห็นนิคไม่อยากบอกก็ไม่ว่าอะไร เพราะไม่ได้อยากตั้งแง่มากมาย ตอนแรกจากเรื่องย่อเรานึกว่า นางเอกจะเป็นผู้หญิงไม่ค่อยเอาไหนแบบนิยายชิคลิท แต่ไม่ใช่แฮะ โรซาลีเป็นผู้หญิงทำงาน ก็เลยไม่ค่อยสนใจงานบ้านเท่านั้นเอง เธอสวย ฉลาด ได้เรื่องได้ราว แล้วก็ไม่ง้อผู้ชายจริงๆ ก็เลยเชื่อที่นิคต้องเป็นฝ่ายวิ่งมาดูแลเอาใจ ช่วงต้นและกลางเรื่องอ่านเพลินดี สนุก ตลก พระเอกนางเอกน่ารักมากเลย เพื่อนนางเอกก็น่ารัก

แต่ท้ายๆ เซ็งไปหน่อย รำคาญอ่ะ ต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน ไม่ได้มีประเด็นอะไรเลย ถ้าทั้งคู่พูดกันคำเดียว เรื่องก็จบแล้ว เสียเวลาคนอ่าน ไม่สงสารเลยสักนิด ตอนที่แยกกันแล้วทั้งคู่นั่งอมทุกข์อยู่ โทรศัพท์อยู่กับมือก็โทร.ไปสิ กริ๊งเดียวจบ ทำไมต้องเฝ้ารอให้อีกฝ่ายติดต่อมา ถ้าไม่ติดที่เรื่องช่วงท้าย กับถ้าครอบครัวนางเอกจะดีกว่านี้สักหน่อย คงจะชอบเรื่องนี้มากกว่านี้

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

A Lot Like Love - Julie James

คะแนน : 8.25

เรื่องใหม่ของ Julie James คราวนี้นางเอกไม่ใช่นักกฎหมายแล้ว แต่เป็นเจ้าของธุรกิจร้านไวน์ จอร์แดน โรดส์ เธอได้รับเชิญให้ไปงานปาร์ตี้ของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง เอฟบีไอหนุ่ม นิค แมคคอล ก็เลยติดต่อให้เธอพาเขาเข้าไปร่วมงานในฐานะคู่ควง แต่แล้ว เมื่อเกิดผิดแผน จากงานเลี้ยงคืนเดียว กลายเป็นว่า ทั้งคู่ต้องเล่นละครเป็นคู่เดทกันต่อไป

ก็ยังอ่านสนุกตามสไตล์ของ Julie James อยู่ อ่านบทสนทนาระหว่างพระเอกนางเอกด้วยอาการอมยิ้มไปตลอด รู้สึกทั้งคู่ฉลาดหัวไวปากไวทันกันดี มันเป็นคำพูดที่อยู่ในระดับที่กำลังดี ตีฝีปากใส่กันแบบน่ารัก มีอารมณ์ขัน ไม่ใช่แบบปากเก่งอวดดีจนน่าหมั่นไส้ ทั้งคู่นิสัยดีมาก ตัวละครเป็นคนดี เราชอบที่จอร์แดนไม่อยากโกหกเพื่อนและครอบครัวเรื่องที่ต้องแกล้งคบกับนิค แล้วก็ชอบที่นิคเข้าใจความรู้สึกนี้และช่วยพูดกลบเกลื่อนให้อย่างฉลาด ไม่บอกความจริงแต่ไม่โกหก ทั้งที่ถ้าเป็นนิยายเรื่องอื่น คงเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ต้องหลอกลวงเพื่อเป้าหมายที่สำคัญกว่า

เราว่า นิคนี่เป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ชายยุคใหม่ เรารู้สึกว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษขนานแท้ ไม่ใช่สุภาพบุรุษในความหมายถึงบุคลิกภายนอก เพราะเขาเป็นตำรวจ ก็ห้าวๆ แบบผู้ชายนี่แหละ กับคนร้ายก็สบถเป็นไฟใส่เหมือนกัน แต่เขาเป็นสุภาพบุรุษที่จิตใจภายใน ให้เกียรติผู้หญิง ตอนที่เขาอยากเป็นคนทำหน้าที่ขับรถ แล้วก็ขอโทษนางเอกที่เขาทำตัวเป็นมนุษย์โครมันยอง เราว่าน่ารักดี

A Lot Like Love ไม่ได้โดดเด่นที่พล็อต มันไปแบบธรรมดา ไม่มีแอกชั่นอะไรตื่นเต้นมากมาย แต่อ่านสนุกเพราะตัวละครจริงๆ ฉากเลิฟซีนเรื่องนี้เซ็กซี่มาก (ไปนิด) เรื่องนี้มีตัวละครจาก Something About You ปรากฏตัวด้วยนิดหน่อย บทไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ก็น่ารักดีตอนแจ็คแกล้งไคล์ น้องชายฝาแฝดของจอร์แดน แล้วไคล์ก็จะเป็นพระเอกเล่มหน้าอีก ก็ต้องตามอ่านกันต่อไป ^_^ ยังไงคงไม่ผิดหวัง เชื่อมือคนเขียนแล้ว

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

Call Me Irresistible - Susan Elizabeth Phillips

คะแนน : 8

SEP บอกในเว็บของตัวเองนานแล้วตั้งแต่ปี 2009 ว่า เรื่องใหม่ของเธอจะเป็นเรื่องของเท็ด ที่มีแฟนๆ เรียกร้องเข้าไปมากว่าอยากอ่านเรื่องของเขา เท็ดเป็นเด็กเนิร์ด 9 ขวบใน Fancy Pants และเป็นหนุ่มน้อยเจ้าเสน่ห์ใน Lady Be Good ตั้งแต่รู้ข่าว เราก็เข้าไปเช็คความคืบหน้าในเว็บไซต์เป็นระยะๆ ตอนแรก SEP บอกว่า ตั้งใจจะให้เท็ดคู่ลูซี่ เด็กหญิงเจ้าเล่ห์จาก First Lady แต่แล้วเม็กจาก What I Did For Love ก็เข้ามาป่วนในหัว จนสุดท้าย SEP ต้องเปลี่ยนใจให้เท็ดคู่เม็กแทน พอปีที่แล้ว SEP ก็เอาตัวอย่างบทแรกมาขึ้นเว็บ ตอนแรกอ่านแล้ว ว้า ไม่ชอบเลย เท็ดกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับลูซี่ เม็กมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว คือ ไม่ชอบกรณีพระเอกนางเอกไปคบกับคนที่เป็นอดีตของเพื่อนอ่ะค่ะ แต่พอความผิดหวังวูบแรกผ่านไป ก็คิดขึ้นมาว่า เอาน่า เชื่อใจ SEP แล้วกัน เดี๋ยวเธอก็ทำให้เราชอบได้อยู่ดีแหละ

หลังจากได้อ่านตัวอย่างบทแรกก็ต้องรอมาอีกเป็นปีกว่าหนังสือจะออกจริง ตอนเริ่มอ่านเล่มนี้ตื่นเต้นมาก เรื่องน่าสนใจ สนุกตั้งแต่เริ่ม เท็ด โบดีน ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ ลูกชายของโปรกอล์ฟระดับตำนานกับพิธีกรโทรทัศน์คนดัง (Fancy Pants) เขากำลังจะแต่งงานกับลูซี่ จอร์ริก หญิงสาวผู้เพียบพร้อม ลูกสาวบุญธรรมของอดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา (First Lady) ในงานเลี้ยงก่อนวันพิธีจริง เม็ก โครันด้า เพื่อนเจ้าสาวที่เพิ่งเดินทางมาถึง ก็ได้พบกับว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนสนิทเป็นครั้งแรก และเพียงได้เห็นเวลาที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เม็กก็แน่ใจว่า ทั้งคู่ไม่เหมาะสมกันเลย ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เม็กจึงบอกลูซี่ตรงๆ ให้รู้ตัว และแล้ว ลูซี่ก็ขอยกเลิกการแต่งงานกับเท็ดในวันพิธีนั่นเอง แล้วลูซี่ก็หนีหายไป ทิ้งเม็กให้ตกเป็นเป้าหมายความเกลียดชังของคนทั้งเมือง โทษฐานเป็นตัวการทำลายงานแต่งของเท็ด นายกเทศมนตรีที่พวกเขารักและชื่นชม

เม็กเป็นลูกสาวของเซเลบ A-list เช่นกัน พ่อแม่ของเธอคือนักแสดงชายชื่อก้อง/นักเขียนบทรางวัลพูลิตเซอร์ กับอดีตนางแบบซูเปอร์โมเดลที่มีคนยกย่องว่าสวยที่สุดในโลก (Glitter Baby) แต่เม็กกลับใช้ชีวิตล่องลอยไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ก่อนหน้าที่จะมางานแต่งครั้งนี้เอง พ่อแม่เธอเพิ่งยื่นคำขาดไม่ยอมให้เงินช่วยเหลือเม็กอีกต่อไป ตอนนี้ เม็กจึงค้างค่าโรงแรม ออกจากเมืองไม่ได้ ต้องทำงานใช้หนี้ และมีหรือที่เท็ด โบดีน จะไม่อยากเอาคืนผู้หญิงที่เขาเห็นเป็นยัยตัวแสบคนนี้

เนื้อเรื่องก็อยู่ในเมือง Wynette, Texas มีตัวละครจากในเรื่อง Lady Be Good มาโผล่ในเล่มนี้เยอะมาก แทบจะครบเซ็ต ถึงจะมีเยอะหลายคน แต่ก็กระจายบทกันดี ไม่ดึงความสนใจออกไปจากตัวเอก ใครชอบเลดี้เอมม่าก็ต้องชอบบทเธอในเล่มนี้ โคตรฮาตอนที่เธอพูดถึงเคียร่า ไนท์ลีย์ ส่วนทอรี่ น้องสาวเคนนี่ก็มาแจม พวกพ่อๆ แม่ๆ ของเท็ดกับเม็กก็ได้บทสร้างสีสันกำลังดีเลย โดยเฉพาะฟรานเชสก้า

และก็เป็นไปตามสูตรของ SEP นางเอกที่กำลังตกกระป๋อง แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ กัดฟันสู้ โดนพระเอกแกล้ง ก็แก้เผ็ดคืนแบบให้ต้องขำ มีฉากตลกๆ น่ารัก บางทีก็ต้องปล่อยก๊ากหลายที แต่ช่วงกลางๆ เรื่องจะมีจังหวะที่เรื่องอืดไปหน่อย โฟกัสอยู่กับเม็กเป็นหลัก จนบางทีรู้สึกเหมือนเท็ดเป็นตัวประกอบ แต่เพราะเม็กน่ารักมากๆ ก็ไม่ว่าอะไร แต่เพราะเราไม่ค่อยได้เห็นมุมมองฝั่งเท็ดเท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง จู่ๆ พอเลิกกัดกัน จูบเดียวตอนกลางวัน แล้วถึงขึ้นเตียงตอนกลางคืนในวันเดียวกันเลย ก็ทำเอางงไปเหมือนกัน มันน่าจะมีฉากสปาร์กกันก่อนหน้านี้ซะหน่อยนะ อ้อ แต่ไม่ต้องห่วง เม็กเคลียร์ประเด็นอดีตแฟนเพื่อนได้ชัดเจนตรงไปตรงมาดีค่ะ

ถึงจะไม่อินกับเท็ดมาเกือบทั้งเรื่อง เพราะเล่นวางฟอร์มจัดมาตลอด แต่พอถึงตอนท้าย ฉากที่เท็ดมาเปิดใจกับเม็ก เขาก็พูดให้เราประทับใจมาก แสดงความรู้สึกของเขาออกมาได้หมดใจ จนรู้สึกว่ามันเป็นถ้อยคำที่คุ้มค่าในการรอฟังมาตลอดเรื่อง อ่านจบแล้วชอบ ไม่ผิดหวังเลยค่ะ

ป.ล. ตอนอ่านถึงเว็บไซต์ของเท็ด ขำกลิ้งเลย อ่านจบแล้วมาเช็ค มีเว็บจริงด้วย 555

เรื่องชุด Wynette, Texas
ก่อนหน้านี้ นอกจากชุดชิคาโก้สตาร์ นิยายของ SEP ส่วนมากก็เป็นเรื่องเดี่ยว แต่พอ Call Me Irresistible นิยายใหม่ล่าสุดของ SEP เล่มนี้ออกมา กลายเป็นเล่มรวมที่เชื่อมโยงเรื่องเก่าๆ เข้าด้วยกัน ทำให้จู่ๆ ก็เกิดซีรีส์ที่มีตัวละครเกี่ยวพันกันเป็นชุดใหญ่เลย 6 เล่ม + 1 เล่มที่จะมีแน่ๆ ในอนาคต เนื่องจากพระเอก-นางเอกในเล่ม คือ เท็ด กับ เม็ก เป็นลูกชายลูกสาวของพระเอก-นางเอกเรื่องเก่าๆ แถมลูซี่ ที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวของเท็ดในเรื่องนี้ ก็เป็นลูกบุญธรรมพระเอกนางเอกอีกเรื่อง ก็เลยอีรุงตุงนังกันน่าดู



ตอนจะอ่านเรื่องนี้ไปแอบพลิกเล่มเก่าๆ ก่อนเพื่อไม่ให้ตัวเองงง และไปดูแผนผังจากเว็บของ SEP มาว่า แต่ละเล่มมันเกี่ยวกันยังไง ชื่อชุด Wynette, Texas เป็นชื่อเมืองที่เป็นฉากของเรื่อง ที่เรียงลำดับมาโดยตรงคือ 1. Fancy Pants --> 2. Lady Be Good --> 3. Call Me Irresistible นี่เป็นสายของเท็ด พระเอก

#1 Fancy Pants เรื่องของดัลลัส + ฟรานเชสก้า พ่อแม่ของเท็ด เรื่องนี้ไม่ค่อยสนุกเลย ไม่ค่อยชอบ แต่ทวนเนื้อเรื่องเก่าที่เกี่ยวพันมาถึงปัจจุบันหน่อยแล้วกัน ในเล่มนี้มีเรื่องราวของเท็ด ตอนเป็นเด็ก 9 ขวบ ตอนเด็กเท็ดขี้เหร่มาก แต่ไอคิวอัจฉริยะ ฟรานเชสก้าเลิกกับดัลลี่ก่อนจะรู้ตัวว่าท้อง ฟรานเชสก้าไม่ยอมบอกความจริงให้ดัลลี่รู้ บอกว่าเป็นลูกแฟนเก่า พอคลอดคนก็ไม่สงสัย เพราะหน้าตาผิดกับพ่อแม่ที่หล่อสวยมาก สีผมสีตาก็ไม่เหมือน แต่พอเท็ด 9 ขวบ ดัลลี่บังเอิญมาเจอ ดัลลี่เห็นแล้วจำได้ว่าเท็ดหน้าเหมือนพ่อตัวเอง สรุปคือเท็ดหน้าเหมือนปู่ ความเลยแตก ดัลลี่ก็เลยลักพาตัวเท็ดมา เป็นเหตุให้ได้กลับมาคืนดีกับฟรานเชสก้า

#2 Lady Be Good เรื่องของเคนนี่ + เลดี้เอมม่า เล่มนี้เท็ดโตเป็นหนุ่มน้อย อายุ 22 เป็นเพื่อนรุ่นน้องพระเอก พอโตมาเท็ดไม่เป็นเด็กเนิร์ดแล้ว เพราะรูปหน้ามีเหลี่ยมมีคมแบบผู้ชาย ตอนเด็กขี้เหร่ พอโตหน้าขยายก็หล่อ เริ่มเห็นแววมีเสน่ห์

มาสายของเม็ก นางเอกบ้าง
#031 Glitter Baby เรื่องของเจค + เฟลอร์ พ่อแม่ของเม็ก เป็นนักแสดง + นางแบบ อันนี้นับเป็น Prequel แล้วกัน งานเก่าโบราณ จริงๆ ตอนแรกไม่เกี่ยวกับเรื่องไหนเลย ฉากก็ไม่ใช่เท็กซัส เรื่องนี้ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ มีกล่าวถึงเม็กนิดเดียว ตอนประมาณสองขวบใน Epilogue

#033 What I Did for Love เรื่องของแบรม + จอร์จี้ เพราะเป็นเรื่องในแวดวงดารา SEP เลยพูดถึงตัวละครเก่าจาก Glitter Baby ในเล่มนี้ มีบทของเม็กตอนอายุยี่สิบกว่า เป็นเพื่อนรุ่นน้องของนางเอก

อีกเรื่องแยกย่อยเป็นฝั่งของลูซี่
#032 First Lady แมท + นีลลี่ นีลลี่เป็นภรรยาม่ายของประธานาธิบดีหนุ่ม พอสามีตายก็แอบหนีมา ตอนหลังก็ได้เป็นประธานาธิบดีหญิงของสหรัฐฯ เรื่องนี้ตอนแรกก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องไหนทั้งสิ้นเช่นกัน พระเอกนางเอกเป็นพ่อแม่บุญธรรมของลูซี่ ในเล่มกล่าวถึงลูซี่ตอนเป็นเด็ก มีบทบาทสำคัญในเรื่องเหมือนกัน

รหัสเราตั้งเองเพื่อความเข้าใจ เลข 0 คือเรื่อง Prequel เลข 3 คือเชื่อมกับ Call Me Irresistible ส่วนเลขหลักที่สาม เรียงลำดับก่อนหลังตามปีที่ตีพิมพ์

เล่มถัดไปในซีรีส์นี้ ก็จะเป็นเรื่องของลูซี่ เจ้าสาวที่หนีออกจากพิธีหายตัวไป จะไปเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง รอติดตามกันต่อไป

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

The Triplets' First Thanksgiving - Cathy Gillen Thacker

คะแนน : 7

แม้จะมีคำกล่าวว่า Don't judge a book by its cover แต่หน้าปกหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้อดใจไม่ไหวจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้ชอบอ่านโรแมนซ์เล่มบางของ Harlequin มากเท่าไหร่ เพราะมันมักจะเป็นเรื่องไม่ยาว เบาๆ ดำเนินเรื่องตามสูตร เอาไว้อ่านเล่นๆ แก้เซ็งเฉยๆ แต่ปกนี้มันช่างน่ารักเหลือเกิน เลยทำให้อยากอ่าน ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักชื่อผู้แต่งเลย

นี่เป็นเรื่องของ ดร. เคิร์ท แม็คเคบ สัตวแพทย์หนุ่ม กับ ดร. เพจ แชมเบอร์เลน กุมารแพทย์สาว ทั้งคู่มาจากครอบครัวมีฐานะในเท็กซัส (พ่อแม่ของทั้งคู่เป็นพระเอกนางเอกเรื่องก่อนๆ ของผู้แต่งคนนี้) แม้ทั้งสองครอบครัวจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่เคิร์ทกับเพจเป็นคู่กัดกันตั้งแต่เด็กจนโต วันหนึ่ง มีเด็กทารกแฝดสามถูกทิ้งไว้ที่หน้าบ้านไร่ของตระกูลแม็คเคบ พร้อมจดหมายจ่าหน้าถึงเคิร์ท ขอให้เขาทำหน้าที่พ่อให้เด็กหญิงทั้งสาม เคิร์ทเลยต้องขอความช่วยเหลือจากเพจ ให้ช่วยดูแลเด็กๆ จนกว่าจะตามหาแม่เด็กเจอ ทั้งคู่เลยต้องมาอยู่ด้วยกันในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า

เนื้อเรื่องเล่มนี้คล้ายๆ The Diaper's Diaries ของ Abby Gaines แต่เราชอบเรื่องนั้นมากกว่านี้ เรื่องนี้ทั้งๆ ที่ไม่ได้คาดหวังอะไรจากพล็อตเรื่อง เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่เราก็หวังให้มันมีฉากน่ารักๆ มากกว่านี้หน่อย เรื่องนี้มันธรรมดาไปนิด เพจน่ารำคาญนิดหน่อย ปากไม่ตรงกับใจ เพราะมีความหลังเจ็บปวดมา และเคิร์ทก็ยังไม่ค่อยมีเสน่ห์เท่าไหร่ และไม่ได้ใช้ความน่ารักของเด็กๆ มาช่วยดำเนินเรื่องเท่าที่ควร ก็เลยเฉยๆ มาก แต่ตอนอ่านไปก็ดูหน้าปกไป แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ทุกที ที่ได้คะแนนเท่านี้เพราะหน้าปกช่วยไว้จริงๆ นะนี่

สรุปว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร อ่านเล่นๆ ไม่คิดมาก อ้อ แต่มีจุดที่เราติดใจอยู่นิดนึง เรื่องนี้เล่นเรื่องความเป็นลูกแฝดพร่ำเพรื่อมากเลย พระเอกเป็นแฝดคู่ มีพี่ชายแฝดสาม พี่ชายแต่ละคนมีลูกแฝดอีก แต่เราเคยอ่านเจอบทความเรื่องฝาแฝดว่า การเกิดฝาแฝดเป็นลักษณะทางพันธุกรรม เรื่องนี้คงรู้กันอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ในนิยายถึงชอบแต่งว่า ในครอบครัวพ่อแม่เป็นฝาแฝด ก็จะมีลูกฝาแฝดอีก แต่ที่จริงมันมีข้อมูลบอกว่า พันธุกรรมฝาแฝดนี่มันถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ก็จริง แต่มันจะแสดงออกในเพศหญิงเท่านั้น เพราะฉะนั้น โดยทั่วไป ถ้าแม่เป็นฝาแฝด ก็มีโอกาสที่จะคลอดลูกที่เป็นแฝดอีก แต่ฝั่งพ่อ สถิติฝาแฝดถ้าจะเกิดมี มักจะเกิดเจนเนอเรชั่นเว้นเจนเนอเรชั่น เช่น ถ้าพ่อเป็นฝาแฝด แม่ปกติ ลูกก็มักไม่เป็นแฝด (เพราะพ่อไม่ได้เป็นคนท้อง) แต่พ่อแม่คู่นี้ถ้ามีลูกสาว ลูกสาวโตขึ้นแต่งงานก็มีโอกาสเกิดลูกแฝด แบบนี้ งงมั้ยคะ นึกถึงความจริงว่า การตกไข่มากกว่าหนึ่งใบ มันเป็นเรื่องของยีนฝั่งผู้หญิง ส่วนแฝดเหมือนไข่ใบเดียวกัน ผลการศึกษาบอกว่า ยังไม่พบความสัมพันธ์กับยีน จึงสรุปว่ามันเกิดแบบสุ่มไปก่อน

เราไม่อยากเป็นนักอ่านที่จู้จี้มากนัก ไม่ได้อยากจับผิดคนแต่ง แต่รู้สึกเหมือนเขาไม่ทำการบ้าน นี่มันสมัยไหนแล้ว อยากรู้อะไรก็ google แป๊บเดียว ก็เลยอดรำคาญใจไม่ได้เวลาเห็นนิยายแต่งเรื่องฝาแฝดในครอบครัวเยอะๆ น่ะค่ะ ถึงมียีนก็ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดฝาแฝดซะทุกคู่ขนาดนั้น มันดูไม่สมจริง เหมือนเวลาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น แล้วเจอตัวละครลูกครึ่งผมสีทองตาสีฟ้า เราก็สงสัยเสมอเลยว่า ที่ญี่ปุ่น วิชาวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมนี่เขาไม่สอนเรื่องกฎของเมนเดลกันเลยเหรอ

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Happy Ever After - Nora Roberts

คะแนน : 7

เล่มสุดท้ายในชุด Bride Quartet เรื่องของพาร์คเกอร์ สาวคนสุดท้ายในบรรดาเพื่อนสมัยเด็กสี่คน ที่ร่วมกันเปิดธุรกิจรับจัดงานแต่งงานด้วยกัน โดยที่พาร์คเกอร์เป็นคนดูแลความเรียบร้อยในภาพรวมทั้งหมด ไม่รู้จากรีวิวไหน มีคนเรียกเธอประมาณว่า She Who Never Leave Her BlackBerry คำจริงๆ จำไม่ได้ ตอนอ่านเจอก็ขำนะคะ ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ล่ะนะ ตั้งแต่เล่มหนึ่งจนถึงเล่มสี่ โทรศัพท์เธอดังไม่เคยหยุดจริงๆ ส่วนมัลคอล์มก็เป็นอดีตสตันท์แมนที่มาเปิดธุรกิจซ่อมรถของตัวเอง สองคนนี้เจอกันตั้งแต่เล่มสอง ซึ่งเป็นฉากที่อ่านสนุกมากเลยนะ แต่เล่มสามก็เอื่อยลงไป เล่มนี้ไม่เสียเวลาเท้าความเรื่องความสัมพันธ์จากเล่มก่อนเลย พูดถึงนิดเดียว แล้วดำเนินเรื่องต่อเลย

มัลคอล์มตัดสินใจว่าจะรุกพาร์คเกอร์จริงจังซะที แม้จะเจอกับสายตาพาร์คเกอร์ ที่ตวัดมาทีเดียวอุณหภูมิลดไปยี่สิบองศา เขาก็ไม่ยั่น ช่วงที่เขาบุกฝ่าแนวป้องกันหัวใจของพาร์คเกอร์เข้ามานี่ ทำได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาด อย่างตอนที่เขาบอกเธอเรื่องพนัน เราชมในใจเลย แถมเขายังจัดการกับอาการหวงน้องสาวของเดลได้อย่างเฉียบขาดตรงไปตรงมา มัลคอล์มเป็นตัวละครที่ถือว่าเป็นคนนอกกลุ่มที่สุดในเรื่องแล้ว ช่วงแรกๆ ก็เลยดีที่ได้รู้จักเขามากขึ้น ผิดกับเล่มของเดล (Savor the Moment) ที่คนอ่านได้เห็นมาตลอดเลยไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นน่าค้นหา ถ้าจะอธิบายมัลคอล์มสั้นๆ ก็อย่างที่ในหนังสือบอก แบดบอยที่เป็นคนดี

อืมม์ แต่หลังจากทั้งคู่คบกันแล้ว เรื่องมันเอื่อยมากเลย ฉากความวุ่นวายในการจัดงานแต่งงานทั้งหลาย ก็อ่านมาเยอะมากแล้วตลอดซีรีส์นี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไปเรียบๆ ตอนที่มีเรื่องขัดแย้งกัน ปฏิกิริยาของทั้งคู่ก็รับมือกับปัญหาแบบเป็นผู้ใหญ่มาก จนพอเราอ่านเลยมา เราก็อ้าว ไอ้บทตะกี๊ที่โต้กันสองสามประโยค นี่เรียกว่าทะเลาะจนอาจถึงกับจะต้องเลิกกันแล้วเรอะ แล้วก็ไม่มีอะไร อารมณ์เย็นลงคิดได้ก็ดีกัน ตกลงปลงใจกันได้ง่ายๆ คือที่จริงมันก็ดีแหละค่ะ ตัวละครเป็นผู้ใหญ่ มีความคิด มีสติ ทำตัวสมเหตุสมผล แต่มันทำให้เรื่องไม่มีช่วงพลิกผันอารมณ์อะไร ก็ถือเป็นเรื่องอ่านสบายๆ ปิดท้ายเรื่องชุดนี้แล้วกันนะ

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Veil of Night - Linda Howard

คะแนน : 7.5

นิยายเรื่องใหม่แนวโรแมนติกสืบสวน เจืออารมณ์ขันแบบแสบๆ คันๆ ตามสไตล์ของลินดา โฮเวิร์ด เรื่องราวของแจ็คลีน ไวลด์ สาวเจ้าของธุรกิจจัดงานแต่งงาน กับตำรวจหนุ่มเซ็กซี่ เอริค ไวลเดอร์ (เป็นแก๊กเล็กๆ ในหนังสือเลยนะ นามสกุลพระเอก-นางเอกเนี่ย) แจ็คลีนกับเอริคพบกัน เกิด one night stand แต่ยังไม่ทันจะได้สานสัมพันธ์กันต่อ วันรุ่งขึ้น ลูกค้าสาวไบรด์ซิลล่าจากนรกคนหนึ่งของแจ็คลีนหาเรื่องทะเลาะกับเธอ แล้วกลับถูกฆาตกรรม เธอจึงตกอยู่ในข่ายของผู้ต้องสงสัยไปโดยปริยาย เอริครับหน้าที่สืบคดีนี้ แม้จะเชื่อในความบริสุทธิ์ของเธอ เขาก็ต้องสืบสวนเธอตามหน้าที่ แต่แล้วก็มีคนพยายามเอาชีวิตแจ็คลีน...

หลังๆ นี่มีนางเอกนิยายหลายคนทำอาชีพนักจัดงานแต่งงานนะ ชักจะเห็นบ่อย เรื่องนี้เป็นสืบสวนแบบค่อนข้างเบาๆ หน่อย เพราะคดีฆาตกรรมไม่ซับซ้อนอะไร อารมณ์คล้ายๆ เรื่อง Mr.Perfect หรือ To Die For แต่ไม่สนุกเท่า พระเอกนางเอกน่ารัก ตลกดี นางเอกขำๆ กัดเจ็บไม่เบา บทสนทนาอ่านแล้วก็ทำให้อมยิ้มได้ตลอด แล้วก็ขำมุกเรื่องของพระเอกกับกาแฟมากๆ เลย อ่านจบหน้าสุดท้ายไปแล้ว ยังหัวเราะพรืดอยู่เลย อ่านสนุกดีตามแบบฉบับของลินดา เพียงแต่นี่ยังไม่ใช่เรื่องในระดับที่ดีที่สุดของเธอ ลังเลใจอยู่ว่าจะให้คะแนนเท่าไหร่ดี จริงๆ ก็เกือบๆ 8 ล่ะนะ

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Hot Shot - Susan Elizabeth Phillips

คะแนน : 7


ยังอยู่ในอารมณ์ขุดกรุอ่านหนังสือเก่านะคะ หยิบเรื่องที่ยังไม่อ่านของ Susan Elizabeth Phillips ซึ่งเป็นนักเขียนคนโปรดคนหนึ่งของเรามา เรื่อง Hot Shot นี้เป็นนิยายเก่าของ SEP พิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1991 เกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งงานยุคต้นๆ ของ SEP จะไม่ใช่นิยายโรแมนซ์แท้ๆ ไม่เหมือนเรื่องแบบที่เราคุ้นเคยกับสไตล์ของเธอ นับตั้งแต่ It Had To Be You เล่มแรกของชุดชิคาโก้สตาร์เป็นต้นมา เราก็ไม่ค่อยชอบงานเก่าอย่าง Glitter Baby, Fancy Pants, Honey Moon มากเท่าไหร่ แต่นี่คือ SEP ยังไงมันก็เป็นเรื่องที่พออ่านได้ ช่วงที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าอ่าน ก็ว่าจะค่อยๆ ไล่เก็บเรื่องของเธอให้ครบ ตอนนี้เหลือ Just Imagine อีกแค่เรื่องเดียวแล้ว

ในยุคสมัยที่โลกยังรู้จักแต่เครื่องเมนเฟรม และมินิคอมพิวเตอร์ขนาดเท่าตู้เย็น Hot Shot เป็นเรื่องของซูซานน่าห์ ฟอลคอนเนอร์ ลูกสาวมหาเศรษฐีผู้ภายนอกดูเพียบพร้อม แต่ในใจโหยหาสิ่งที่จะมาเป็นความหมายของชีวิต เธอกำลังจะแต่งงานกับหนุ่มนักบริหาร รองประธานบริษัทเทคโนโลยีของพ่อเลี้ยงเธอเอง แต่แล้ว แซม แกมเบิล ก็ก้าวเข้ามา และปลุกเร้าความกล้าที่จะท้าทายชีวิตให้เธอ ซูซานน่าห์กระโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์เดวิดสันของแซม หนีออกจากพิธีแต่งงานของเธอเอง เพื่อไปใช้ชีวิตตามความฝันที่แซมมองเห็น เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลก จากเครื่องต้นแบบไมโครคอมพิวเตอร์ที่ แยงค์ แยนโคว์สกี้ วิศวกรอัจฉริยะคู่หูของเขาสร้างขึ้นมา

ซูซานน่าห์ แซม แยงค์ ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนก่อตั้งบริษัท SysVal จากโรงรถ และดิ้นรนเลี้ยงธุรกิจให้รอดอย่างลุ่มๆ ดอนๆ จนได้มิทเชล เบลน นักการตลาดดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติในชีวิต เข้ามาเป็นหุ้นส่วนคนที่ 4 แล้วพวกเขาก็เริ่มสร้างอาณาจักรธุรกิจแห่งยุคสมัยใหม่ ที่น่าตื่นเต้นขึ้น

อ่านเล่มนี้แล้ว เหมือนอ่านประวัติบริษัทคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆ เลย SEP สอดแทรกตัวละครและเรื่องราวสมมุติของเธอ เข้าไปกับเหตุการณ์จริง บริษัท บุคคล ในชีวิตจริงได้อย่างกลมกลืน ตอนที่อ่านฉากที่ สตีฟ จ็อบส์ มองบูธของซูซานน่าห์ ในงานแสดงสินค้า นี่เราอมยิ้มเลยนะ เพราะมันเหมือนเรื่องที่เราอ่านในหนังสือ iCon สตีฟ จ็อบส์ เลย เราว่า SEP ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของบริษัทแอปเปิลเยอะ แล้วแซมนี่คล้าย สตีฟ จ็อบส์ มากเลย คือเป็นผู้ชายที่น่าทึ่ง มีวิสัยทัศน์ (ช่างฝัน) มีพรสวรรค์ในการพูดโน้มน้าว (ขี้โม้) แต่ในบางด้านก็เป็นผู้ชายงี่เง่าคนหนึ่ง

(นอกเรื่องนิดหนึ่งนะคะ ชีวิต สตีฟ จ็อบส์ อ่านสนุกนะ สีสันเยอะ เป็นเด็กที่พ่อแม่รับมาเลี้ยง รูปหล่อ หัวดี ดิ้นรนตอนเรียนมหาวิทยาลัย ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เคยเป็นฮิปปี้ ไปเดินธุดงค์ที่อินเดีย แต่ก็สร้างบริษัทแอปเปิลจนเป็นตำนานมหัศจรรย์แห่งยุค ทั้งที่เรียนไม่จบ แล้วก็ล้มลุกคลุกคลาน ทำผู้หญิงท้องก็ไม่รับ ดำเนินธุรกิจพลาดจนถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้าง แล้วก็ไปสร้างสตูดิโอพิกซาร์ ตามหาพ่อแม่แท้ๆ เจอ แต่งงานมีครอบครัว แล้วก็กลับมาสร้างความสำเร็จให้แอปเปิลได้อีกที คืนดีกับลูกสาวที่ตัวเองทิ้ง ต่อสู้กับโรคมะเร็ง ฯลฯ)

อย่างที่บอกว่านี่ไม่ใช่โรแมนซ์แท้ๆ ที่เน้นเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพระเอก-นางเอก แต่นี่เป็นเรื่องราวชีวิตของนางเอกมากกว่า เพราะฉะนั้น นางเอกมีความรักกับผู้ชายมากกว่าหนึ่งคน เนื้อเรื่องก็จะหนักกว่า ยาวกว่า ซูซานน่าห์เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจนะคะ เข้มแข็งและกล้าหาญดี ชีวิตช่วงแรกมีปม เพราะต้องพยายามทำตัวสมบูรณ์แบบเพื่อให้พ่อรัก (นางเอกของ SEP มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับพ่อเกือบทุกเรื่อง ฮ่าฮ่า สงสัยจะเป็นตามทฤษฎีที่นักจิตวิทยาบอกว่า ถ้าเด็กผู้หญิงมีปัญหากับพ่อ ตอนโตก็จะมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรักหรือสามีด้วย) เราชอบซูซานน่าห์ และก็ชอบเพจ น้องสาวของเธอด้วย ส่วนผู้ชายในเรื่อง จะพูดว่าไงดีไม่ให้สปอยล์มากเกินไป เอาเป็นว่า สุดท้ายนางเอกตัดสินใจได้ดีและถูกต้องมาก หนังสือก็อ่านสนุกดี แต่ก็ไม่ได้ชอบมาก เพราะมันไม่ใช่โรแมนซ์เต็มๆ แถมไม่ค่อยมีบทขำๆ ตลก น่ารัก แบบเรื่องใหม่ๆ ของ SEP แบบที่เราชอบด้วย แต่ก็ไม่เสียหลายที่ได้อ่านนะ

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

The Search - Nora Roberts

คะแนน : 7


เล่มนี้เป็นนิยายโรแมนติกสืบสวนเรื่องใหม่ของ Nora Roberts จะว่าไป เราอ่านงานของ NR มาเป็น 100 เรื่องแล้ว (เพราะเคยประมูลนิยายล็อตใหญ่จาก eBay มาได้แบบถูกๆ) ไม่รวมชุด In Death ที่แต่งในนาม J.D. Robb อีก 30 กว่าเล่ม แต่เราไม่เคยนับตัวเองเป็นแฟนนิยายของเธอเลยนะ เพราะไม่มีเรื่องไหนของเธอที่เราชอบสุดๆ ชอบจริงๆ เรื่องที่ชอบที่สุดอยู่ที่คะแนน 8.5 เท่านั้น นั่นก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง ซึ่งไม่ใช่ความผิดของผู้แต่ง เพราะ NR เขียนดีมาก แต่สไตล์ของเธอไม่ตรงเป๊ะกับรสนิยมของเรา จะพูดว่าไงดีล่ะ มันยังน้ำเน่าไม่พอสำหรับเรามั้ง แต่ที่อ่านตั้งเยอะตั้งแยะ ก็เพราะการอ่านงานของเธอเป็นอะไรที่ไว้ใจได้ น้อยครั้งที่เราจะให้ต่ำกว่า 7 เพราะฉะนั้น ก็ยังตามอ่านงานของเธอต่อไปเรื่อยๆ

นางเอก ฟิโอน่า บริสโทว์ อาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆ ใกล้ซีแอตเติล พร้อมลาบราดอร์คู่ใจ 3 ตัว เป็นเจ้าของโรงเรียนฝึกสุนัข และทำงานเป็นอาสาสมัครหน่วยค้นหาผู้ประสบภัยด้วยสุนัข พระเอก ไซม่อน ดอยล์ เป็นศิลปินช่างไม้ ได้รับลูกหมาจอมซนเป็นของขวัญจากแม่ เขาจึงพามันมาให้ฟิโอน่าอบรมพฤติกรรม เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของทั้งสอง ชีวิตของฟิโอน่าในปัจจุบันดูสงบและมีความสุขดี แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เธอต้องผ่านฝันร้ายในชีวิตมา

เมื่อ 8 ปีก่อน เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง คนร้ายฆ่าเหยื่อหญิงสาวอายุน้อยด้วยผ้าพันคอสีแดงไปแล้วถึง 12 คน ฟิโอน่าในวัย 20 ถูกจับตัวไปเป็นคนที่ 13 แต่เธอหนีรอดมาได้ ฆาตกรแก้แค้นด้วยการฆ่าคู่หมั้นของเธอ แต่คนร้ายก็พลาดท่าถูกจับในที่สุด และขณะนี้ ก็กำลังชดใช้ความผิดอยู่ในคุก แต่แล้ว ก็มีฆาตกรต่อเนื่องรายใหม่ที่ใช้วิธีการฆ่าแบบเดียวกันปรากฏตัวขึ้น และเส้นทางการฆ่าไล่เข้ามาใกล้ตัวฟิโอน่าขึ้นเรื่อยๆ ตำรวจเชื่อว่า เป้าหมายสุดท้ายของฆาตกรเลียนแบบรายนี้อยู่ที่เธอ ฝันร้ายตามกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อหรือยอมเสียคนที่เธอรักไปอีกแล้ว

เอกลักษณ์ของนิยายของ NR อย่างหนึ่งก็คือ อาชีพของนางเอก เวลาเธอเขียนว่า นางเอกเป็นใคร ทำงานอะไร ในเรื่องจะมีรายละเอียดให้คนอ่านเห็นภาพชัดเจนมากๆ เลย ในเรื่องนี้ เราได้เห็นวิธีการฝึกสุนัขเยอะมาก ได้เห็นการทำงานของสุนัขกู้ภัย ซึ่งก็น่าสนใจดี แต่ปัญหาของการอ่านเล่มนี้ก็คือว่า มันยาวเกินไป โดยเฉพาะตรงกลางๆ เรื่อง นอร่าเล่นบรรยายชีวิตประจำวันของพระเอกนางเอกละเอียดยิบ ตั้งแต่ตื่นนอน กินอาหารเช้า ฝึกสุนัข พักเบรก อาหารเที่ยง เล่นกับหมา อาหารเย็น กู้ภัยช่วยคนหลงป่า จนถึงเข้านอน

ถึงแม้เราจะชอบพระเอกนางเอกทั้งคู่ พระเอกตลกดีค่ะ นิสัยขี้รำคาญ พูดตรงจนถึงขั้นหยาบคาย แต่ก็น่ารักดี ขำตรงที่เขาชอบบอกนางเอกว่า คุณไม่ใช่สเปกผมเลยนะ แต่ทำไมผมชอบคุณก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ตาม เราไม่คิดว่า เราอยากรู้ชีวิตของพวกเขาละเอียดขนาดนั้น เราว่า ถึงตัดจำนวนหน้าของนิยายเรื่องนี้ออกไปสัก 1/3 ของเล่ม ก็ยังไม่มีพล็อตเรื่องส่วนไหนหายไปเลย จนตอนท้าย ที่เข้าช่วงไล่ล่าฆาตกรแล้วนั่นแหละ ค่อยยังชั่วหน่อย น่าเสียดายนะคะ ถ้าไม่ใช่ว่าเบื่อจากการอ่านช่วงกลางๆ เรื่องนี้ควรจะได้คะแนน 8 เลยด้วยซ้ำ

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Home for a Soldier - Tatiana March

คะแนน : 7


พักสมองมาอ่านเรื่องเบาๆ สบายๆ ไม่ต้องคิดมาก เรื่องนี้เป็นอีบุ๊คสั้นๆ ไม่เคยอ่านนักเขียนคนนี้ แต่เห็นเรื่องย่อแล้วสนใจก็เลยลองอ่านดู เรื่องมีอยู่ว่า เกรซ นางเอกของเรา ถูกน้องสาวขอร้องให้ไปแต่งงานแทน มันไม่ใช่การแต่งงานที่แท้จริง แต่เนื่องจาก รอรี่ เจ้าบ่าวที่น้องของเธอไปทำข้อตกลงว่าจะแต่งงานด้วย ต้องไปทำงานที่อิรัก 2 ปี และเขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเช่าอพาร์ทเมนท์ไป เพราะนี่เป็นอาคารอพาร์ทเมนท์เก่าที่มีการควบคุมการเช่าที่เข้มงวด ห้ามให้เช่าต่อ ห้ามปล่อยให้ว่าง หนทางที่จะเก็บสิทธิ์นั้นไว้ คือแต่งงาน แล้วให้ภรรยาอยู่อาศัยแทนได้ เกรซกำลังตกงาน แล้วก็ขัดน้องสาวไม่ได้ ก็เลยยอมตกลงแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จัก แลกกับการได้ที่พักฟรี 2 ปี เมื่อเขากลับมาก็จะหย่ากันไป ทั้งสองมองมันเป็นข้อตกลงทางธุรกิจล้วนๆ แต่ทั้งคู่ไม่คาดคิดว่า ช่วงเวลาสั้นๆ 2-3 วัน ที่ได้อยู่ด้วยกัน จะทำให้ทั้งสองรู้สึกผูกพันกันมากกว่าที่คิด

ที่บอกว่าอ่านเรื่องย่อแล้วสนใจ ก็อีตรงอยากรู้เหตุผลในการแต่งงานนี่ล่ะค่ะ พอรู้แล้วก็ตลกดี ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามียังงี้ด้วย เรื่องอพาร์ทเมนท์ คือในเรื่องเป็นตึกเก่าในแมนฮัตตัน เคยเป็นที่พักของปู่ย่า (หรือตายายไม่รู้) ที่พระเอกมาอยู่ด้วย พระเอกไม่อยากสูญเสียสถานที่แห่งความทรงจำของตัวเองไป ก็เลยต้องทำขนาดนั้น จะว่าไปโรแมนซ์ร่วมสมัยนี่ สร้างพล็อตเรื่องการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ไม่ได้ง่ายๆ เหมือนโรแมนซ์ย้อนยุค เพราะหมดสมัยคลุมถุงชน แล้วผู้หญิงก็มีทางเลือกที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายเยอะ ถ้าแต่งเหตุผลไม่ดีนี่ เรื่องเสียเอาง่ายๆ ไม่สมจริง หรือกลายเป็นนางเอกอ่อนแอหรือเห็นแก่เงินไป อืมม์ สำหรับเรื่องนี้ เหตุผลจำเป็นมันแปลกดี แต่ก็ไม่เหลือเชื่อเกินไป แล้วก็ไม่ทำให้รู้สึกดูถูกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

เนื้อเรื่องนอกจากนั้นมันก็ดำเนินไปตามสูตรนะ เดาได้ อย่างเรื่องเข้าใจผิดระหว่างกัน แต่พระเอกนางเอกน่ารักดี ถือเป็นเรื่องอ่านสบายๆ ผ่อนคลายอารมณ์แล้วกัน

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Judith McNaught (1) Tender Triumph

Tender Triumph, 1983 (เพียงกล้ามอบหัวใจรัก)
Contemporary Romance
Hero & Heroine: Ramon Galverra & Kate Connelly
คะแนน : 7


เคท ซึ่งเป็นเจ้าของอพาร์ทเมนท์ สนใจทำแต่งาน เพราะเข็ดหลาบกับชีวิตสมรสครั้งแรกที่ล้มเหลว ได้พบกับรามอน หนุ่มอเมริกาใต้เลือดสเปนที่ทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวได้อีกครั้ง เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขา และย้ายไปอยู่กับเขาในถิ่นกันดารที่เปอร์โตริโก

เรื่องนี้ได้คะแนนรีวิวใน Amazon ไม่ค่อยดี แต่พอได้อ่านก็โอเคนะ เวอร์ชันภาษาไทยไม่มีลิขสิทธิ์ จึงมีการเปลี่ยนชื่อตัวละครกับชื่อผู้แต่งบนหน้าปก

Judith McNaught (2) Double Standards

Double Standards, 1984 (รักแท้ไม่แปรผัน, รักนี้มิอาจหักห้าม, รักล้นใจ เจ้านายร้อยเล่ห์, เล่ห์ร้ายลิขิตรัก)
Contemporary Romance
Hero & Heroine: Nick Sinclair & Lauren Danner
คะแนน : 8


ลอเรน นางเอกถูกขอให้ไปสมัครเป็นเลขานุการของพระเอก เพื่อวางแผนล้วงความลับทางธุรกิจ ลอเรนไม่อยากทำเลยแกล้งเขียนใบสมัครไม่ดี แต่ขากลับบังเอิญเกิดเจอนิคโดยที่ไม่รู้ว่านี่คือเจ้าของบริษัท เธอหกล้ม นิคจึงพามาทำแผล แล้วเลยตกลงรับเธอเข้าทำงานด้วย เมื่อได้ใกล้ชิดกันลอเรนก็อดหลงรักนิคไม่ได้ แต่พระเอกของเราก็ไม่ยอมจริงจังด้วย เพราะมีความหลังฝังใจเรื่องแม่ทิ้ง จนไม่ยอมเชื่อใจผู้หญิง

เรื่องนี้สนุกดีค่ะ แต่สั้นไปนิดนึง

เกร็ดเบื้องหลังเรื่องนี้คือ JM แต่งแคแรกเตอร์แม่ของนิคขึ้นมาจากคุณย่าของเธอ ความหลังที่นิคเจ็บปวดกับเรื่องของขวัญกับแม่ ก็มีเค้าความจริงจากเรื่องของพ่อของ JM เอง ที่เอามาแต่งนิยายเป็นการแก้แค้นเล็กๆ แทนพ่อ

Judith McNaught (8) Paradise

Paradise, 1991 (สวรรค์รอรัก, วิมานใจ)
Contemporary Romance
Hero & Heroine: Matthew Farrell & Meredith Bancroft
คะแนน : 9.75


เมอริดิธ วัย 18 เป็นลูกสาวของเจ้าของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ ส่วนแมทเป็นชายหนุ่มฐานะยากจนที่ต้องดิ้นรนทำงานส่งเสียตัวเอง ทั้งสองมีโอกาสพบกันในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง และเกิดความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนขึ้น เมอริดิธเกิดตั้งท้องขึ้นมาจึงไปหาแมท ทั้งคู่จึงแต่งงานกัน แมทต้องเดินทางไปทำงานที่อเมริกาใต้ทำให้ต้องห่างไกลกัน ต่อมา เมอริดิธแท้งลูก ทั้งสองต้องแยกจากกันด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวทั้งสองฝ่าย เวลา 11 ปีผ่านไป แมทซึ่งสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเป็นอภิมหาเศรษฐี ได้มีโอกาสกลับมาพบเมอริดิธ ซึ่งในปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงของห้าง เกิดเรื่องราวความขัดแย้งทั้งส่วนตัวและทางธุรกิจ ในขณะที่ทั้งคู่ยังโกรธเกลียดกันเหลือเกิน เมอริดิธก็ได้รู้ว่า การหย่าร้างของทั้งคู่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และเธอกับเขายังคงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันอยู่

JM บอกว่า ตอนแรกก็กังวลใจเหมือนกัน ที่ต้องแต่งให้เมื่อกลับมาเจอกันนางเอกของเรื่องต้องอายุเกือบ 30 แล้ว เพราะนางเอกนิยายส่วนใหญ่จะอายุ 20 กว่าๆ กันซะมาก แต่ JM ก็คิดว่าจำเป็น เพราะตามเรื่องเมอริดิธจะต้องไต่เต้าขึ้นมาเป็นรองประธานบริษัทแล้ว ถ้าอายุน้อยจะไม่ค่อยสมจริง ประเด็นนี้ต้องเข้าใจบริบทว่า เรื่องนี้เขียนเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน นักอ่านนิยายเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 20-30 เป็นส่วนมาก ถ้าเป็นสมัยนี้อายุนางเอก 30 กว่าเยอะแยะ คงไม่ต้องห่วงอะไร ส่วนลิซ่า เพื่อนนางเอก ตอนแรก JM ตั้งใจจะเขียนให้มาเป็นคู่แข่ง เป็นตัวอิจฉา แล้วสุดท้ายจะตายเพราะเสพยาเกินขนาด แต่เปลี่ยนใจ เพราะไม่อยากเขียนอะไรรันทดหดหู่ขนาดนั้น เลยแต่งให้กลายเป็นเพื่อนซี้นางเอกแทน

เรื่องนี้ติดอันดับ New York Times bestseller ถึง 13 สัปดาห์ ฉากที่เมอริดิธไปบอกความจริงกับแมทเรื่องแท้งลูกเป็นฉากที่เขียนได้ซาบซึ้งและสะเทือนอารมณ์มากค่ะ อ่านแล้วน้ำตาไหลพรากเลย สงสารทั้งคู่ ความจริงชอบเรื่องนี้มากอยากจะให้ 10 แต่เพราะไม่ค่อยชอบเนื้อเรื่องตอนท้ายเท่าไหร่ คาใจเรื่องนางเอกกับคู่หมั้น และรู้สึกว่า JM หาทางออกให้คู่หมั้นนางเอกพ้นทางง่ายไปหน่อยก็เลยขอหักคะแนนนิดนึง

Judith McNaught (9) Perfect

Perfect, 1993 (เพชรประดับเรือน, ตราบหัวใจอุ่นไอรัก)
Contemporary Romance
Hero & Heroine: Zack Benedict (Zachary Benedict Stanhope III) & Julie Mathison
คะแนน : 9.5


แซค เบเนดิกท์ ซูเปอร์สตาร์นักแสดง/ผู้กำกับ ฮอลลีวู้ดชื่อก้อง ถูกตัดสินจำคุกข้อหาฆาตกรรมภรรยาตนเอง หลังจากถูกจองจำอยู่ 5 ปี เขาหลบหนีออกมาจากเรือนจำ และได้จับจูลี่ ครูสาวโรงเรียนประถมไปเป็นตัวประกันในระหว่างทางหลบหนี แซคพาจูลี่ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านพักบนภูเขา เมื่อแรกจูลี่พยายามหนี แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกัน เธอก็พบว่าเขาไม่ใช่ผู้ร้ายใจอำมหิต ความรักของแซคกับจูลี่ก็ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คดีความผิดที่ยังติดตามตัวแซคเป็นอุปสรรคขวางกั้นไม่ให้ทั้งสองอยู่ร่วมกันได้

แซค เป็นเพื่อนกับแมท และเรื่องนี้มีแมทกับเมอริดิธจาก Paradise มาปรากฏตัวด้วยนิดหน่อย ในเรื่องนี้จะมีพูดถึงเรื่องโครงการ Pass It On ที่สอนหนังสือให้ผู้หญิงที่ด้อยโอกาสการศึกษา เป็นโครงการจริงที่ JM ช่วยสนับสนุนอยู่ อันที่จริงคือ JM เขียนต้นฉบับเรื่องนี้จบไปแล้วด้วยซ้ำ กำลังจะตีพิมพ์ เมื่อมีผู้มาขอให้ JM ช่วยเหลือโครงการนี้ JM จึงเขียนเพิ่มเติมเรื่องในอดีตสมัยเด็กของจูลี่ตอนที่เป็นเด็กกำพร้า แม้จะไปโรงเรียนก็อ่านหนังสือแทบไม่ได้เข้าไปในตอนต้นเรื่อง

เรื่องนี้ก็สนุกมากค่ะ องค์ประกอบทุกอย่างที่ทำให้เราชอบ Judith McNaught ก็ยังมีอยู่ครบ ทั้งบุคลิกพระเอก นางเอก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ การดำเนินเรื่อง ยอดเยี่ยมหมดเลยค่ะ เพียงแต่ฉากประทับใจอาจจะซึ้งไม่เท่า Paradise เท่านั้น

Judith McNaught (12) Double Exposure (A Gift of Love)

A Gift of Love – Double Exposure, 1995 (ไม่ทราบข้อมูลฉบับแปล)
Anthology
Hero & Heroine: Spencer Addison & Corey Foster
คะแนน : 6


ตอนสมัยวัยรุ่น คอรีย์เคยแอบปิ๊งสเปนเซอร์ ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ หลานชายของเพื่อนพ่อแม่ และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขารักเธอตอบ คอรีย์เฝ้ารองานเต้นรำวันคริสต์มาสที่สเปนเซอร์ยอมตกลงจะเป็นคู่ของเธอ แต่แล้วด้วยความสะเพร่า เขาก็ทำร้ายความรู้สึกเธอโดยไม่ตั้งใจ จนคอรีย์ตัดใจและเก็บความรู้สึกทั้งหมดฝังลงในจิตใจ และดำเนินชีวิตต่อไปเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ปัจจุบัน เธอเป็นช่างภาพของนิตยสารเกี่ยวกับบ้านและไลฟ์สไตล์ (ประมาณแนว Martha Stewart) ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว และเธอต้องไปถ่ายภาพงานแต่งงานให้หลานสาวของสเปนเซอร์ ผู้ที่เธอไม่ได้พบนานนับสิบปี

เป็นเรื่องสั้นรวมในเล่มที่เขียนร่วมกับนักเขียนอื่น โดยมีธีมเกี่ยวกับคริสต์มาส เราไม่ชอบเรื่องนี้เลย เนื้อเรื่องก็อ่อน ตัวละครก็ห่วย เป็นคำคุณศัพท์ที่ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่า เราจะได้เอามาใช้บรรยายงานของนักเขียนในดวงใจของเรา แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ เราเกลียดพระเอกเรื่องนี้ ความผิดพลาดที่เขาทำเมื่ออดีต แม้ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่และไม่ได้ตั้งใจ แต่เราคิดว่า มันเป็นเรื่องงี่เง่าที่พระเอกนิยายโรแมนซ์ไม่ควรทำ เหตุผลมันโง่เกินไป แม้เมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว พระเอกก็ยังแย่อยู่ ดูจากการที่เขาหลอกนางเอกในงานแต่งงาน

Judith McNaught (13) Remember When

Remember When, 1996 (พลอยพราวแสง, รอยจำในดวงใจ)
Contemporary Romance
Hero & Heroine: Cole Harrison & Diana Foster
คะแนน : 6.5


ไดแอน่า เป็นผู้บริหารของนิตยสารที่เกี่ยวกับบ้านที่มีชื่อเสียงเล่มหนึ่ง คู่หมั้นของเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ทำให้เธอมีปัญหาถูกโจมตีและส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์หนังสือของเธอ ส่วนพระเอก โคล เป็นนักธุรกิจชั้นนำ ที่ถูกลุงขู่ให้แต่งงาน มิฉะนั้นเขาจะต้องเสียหุ้นในบริษัทที่เขาสร้างมาเองกับมือไป เมื่อโคลได้มีโอกาสพบไดแอน่าในงานเลี้ยง และจำได้ว่าเธอเคยดีกับเขาสมัยก่อนตอนที่เขายังเป็นเพียงผู้ดูแลคอกม้า เขาจึงขอเธอแต่งงาน ซึ่งไดแอน่าก็ยอมตกลง เพราะการแต่งงานจะช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งคู่ได้พอดี

ไดแอน่า กับ คอรีย์ ในเรื่องสั้น Double Exposure เป็นพี่น้องต่างสายเลือดกัน ไม่มีตัวละครจากนิยายเรื่องอื่นปรากฏตัวอีก เพียงแต่เอ่ยถึงนิดเดียวว่า โคล เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่สร้างตัวขึ้นมาเหมือน แมท ฟาร์เรล โดยส่วนตัวคิดว่า เรื่องนี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ สู้เรื่องก่อนๆ หน้าของ JM ไม่ได้เลย

Judith McNaught (14) Night Whispers

Night Whispers, 1998 (มงกุฎดอกรัก)
Romance/Suspense
Hero & Heroine: Noah Maitland & Sloan Reynolds
คะแนน : 7


สโลน เป็นตำรวจหญิงซึ่งโตมาโดยมีแม่เลี้ยงดูคนเดียว เนื่องจากพ่อซึ่งเป็นคนรวยแยกทางกับแม่ไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กแบเบาะ และไม่เคยมาเหลียวแลเลย วันหนึ่งพ่อของเธอโทรศัพท์มาว่าต้องการให้ไปหา สโลนปฏิเสธ แต่เมื่อ FBI พอล ริชาร์ดสัน ปรากฏตัวขึ้นมาบอกว่า พ่อของเธอเป็นผู้ต้องสงสัยทำผิดกฎหมาย เขาขอให้เธอช่วยพาเขาแฝงตัวเข้าไปสืบเรื่อง สโลนจึงตกลงไปพักอยู่กับพ่อ และได้พบกับพี่สาว ย่าทวด รวมทั้งเพื่อนบ้านหนุ่มนักธุรกิจผู้น่าสงสัย โนอาห์ แต่เมื่อเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น สโลนไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย

พอล ริชาร์ดสัน เป็น FBI ที่ตามจับแซคในเรื่อง Perfect มามีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ และเป็นคู่รองของเรื่องนี้ โดยคู่กับพี่สาวนางเอก และตอนแรก JM ตั้งใจจะให้แมท-เมอริดิธ กับ แซค-จูลี่ มาปรากฏตัวในงานเลี้ยงต้อนรับสโลนด้วย แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะเลยตัดออก เรื่องนี้ JM เปลี่ยนมาเขียนแนวโรแมนซ์/สืบสวน ซึ่งก็คงประสบความสำเร็จในด้านยอดขายนะคะ เรื่องนี้เคยขึ้นถึง #1 New York Times paperback bestseller แต่ส่วนตัวชอบให้ JM เขียนแนว historical romance มากกว่าค่ะ