เปิดเรื่องมาได้ดีน่าสนใจ ครึ่งเล่มแรกสนุกดีมาก ปูให้เห็นภาพรวมของคดี แต่พอกลางเล่มที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วเรื่องก็จะเนือยลง เล่มนี้ไม่ค่อยมีฉากแอกชั่นเลยไม่ลุ้นเท่าไหร่ มีแค่รวบรวมข้อมูล สัมภาษณ์พยาน จัดฉากล่อผู้ร้าย แล้วค่อยมีฉากไคลแม็กซ์ช่วงใกล้จบอีกที โดยรวมเรื่องชุดนี้ก็ยังปึ้กอยู่ จริงๆ ก็ชอบเกือบๆ 8 นะ เพียงแต่เล่มนี้ไม่มีฉากที่ประทับใจเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555
Delusion in Death - J. D. Robb
คะแนน : 7.5
นิยายชุด In Death เล่มที่ 35 เมื่อจู่ๆ คนเกือบร้อยในบาร์แห่งหนึ่งลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง ผู้รอดชีวิตให้การว่า อยู่ดีๆ ก็ปวดหัวขึ้นมา เห็นภาพหลอนว่าจะถูกทำร้าย เป็นหน้าที่ของอีฟ ดัลลัส อีกครั้งที่ต้องมารับผิดชอบคลี่คลายคดีสังหารหมู่ครั้งนี้
เปิดเรื่องมาได้ดีน่าสนใจ ครึ่งเล่มแรกสนุกดีมาก ปูให้เห็นภาพรวมของคดี แต่พอกลางเล่มที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วเรื่องก็จะเนือยลง เล่มนี้ไม่ค่อยมีฉากแอกชั่นเลยไม่ลุ้นเท่าไหร่ มีแค่รวบรวมข้อมูล สัมภาษณ์พยาน จัดฉากล่อผู้ร้าย แล้วค่อยมีฉากไคลแม็กซ์ช่วงใกล้จบอีกที โดยรวมเรื่องชุดนี้ก็ยังปึ้กอยู่ จริงๆ ก็ชอบเกือบๆ 8 นะ เพียงแต่เล่มนี้ไม่มีฉากที่ประทับใจเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
เปิดเรื่องมาได้ดีน่าสนใจ ครึ่งเล่มแรกสนุกดีมาก ปูให้เห็นภาพรวมของคดี แต่พอกลางเล่มที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วเรื่องก็จะเนือยลง เล่มนี้ไม่ค่อยมีฉากแอกชั่นเลยไม่ลุ้นเท่าไหร่ มีแค่รวบรวมข้อมูล สัมภาษณ์พยาน จัดฉากล่อผู้ร้าย แล้วค่อยมีฉากไคลแม็กซ์ช่วงใกล้จบอีกที โดยรวมเรื่องชุดนี้ก็ยังปึ้กอยู่ จริงๆ ก็ชอบเกือบๆ 8 นะ เพียงแต่เล่มนี้ไม่มีฉากที่ประทับใจเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555
Archangel's Storm (Guild Hunter #5) - Nalini Singh
คะแนน : 7.5
เราว่าการเขียนบล็อกนี่มันเหมือนการออกกำลังกายนะคะ ถ้าทำเป็นกิจวัตรมันก็จะชินทำไปเรื่อยๆ แต่พอไม่ยอมทำเป็นประจำ เริ่มข้าม เริ่มทิ้งช่วง มันก็จะยิ่งขี้เกียจสันหลังยืด ทีนี้ก็ยาวเลย จะกลับมาทำอีกก็อาจจะเข็นตัวเองไม่ขึ้นแล้ว
Guild Hunter เล่มใหม่ เป็นเรื่องของเจสัน ที่เป็นหัวหน้าสายลับของราฟาเอล เขาต้องเดินทางไปยังเขตของเนฮา มหาเทพผู้ปกครองอินเดีย เนื่องจากสวามีของนางถูกใครฆ่าไม่รู้ ราฟาเอลเลยส่งเจสันไปช่วยสืบ แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องยอมทำปฏิญาณโลหิตกับเจ้าหญิงมหิยาว่าจะไม่ทรยศ แล้วเจสันกับมหิยาก็ร่วมมือกันเพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อค้นหาเบื้องหลังของเหตุการณ์ครั้งนี้
พล็อตเรื่องเหมือนจะเป็นการสืบสวน แต่มันไม่ใช่น่ะ มีตาย 3-4 ศพ แล้วก็เฉลยตูม ไม่ได้ลุ้นอะไร เนื้อเรื่องหลักเล่มนี้มันเป็นภูมิหลังกับการเมืองของพวกเทพๆ ของโลกในเรื่อง ซึ่งเราก็ยังไม่ค่อยอิน เล่มนี้เลยอ่านแบบเฉยๆ ไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้น่าเบื่อนะ แต่ชอบเล่มที่แล้วมากกว่า
เรื่องรักของพระเอกนางเอกเล่มนี้ก็ไม่ค่อยมีประเด็นขัดแย้งอะไรเท่าไหร่ แค่ต่างคนต่างมีอดีตที่ต้องเติบโตมาแบบโดดเดี่ยว บุคลิกของเจสันกับมหิยาโอเค แต่เราว่าก็ยังไม่เด่น ซึ่งมันอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยชอบเรื่องชุดนี้เท่าไหร่ เลยไม่จำตัวละคร เจสันเราก็เพิ่งมาจำได้เอาเล่มนี้ ตอนนี้ไล่ชื่อแก๊งเจ็ดคนของราฟาเอลได้ 5 คนแล้ว แต่อีก 2 คนยังนึกไม่ออกเลย
Guild Hunter เล่มใหม่ เป็นเรื่องของเจสัน ที่เป็นหัวหน้าสายลับของราฟาเอล เขาต้องเดินทางไปยังเขตของเนฮา มหาเทพผู้ปกครองอินเดีย เนื่องจากสวามีของนางถูกใครฆ่าไม่รู้ ราฟาเอลเลยส่งเจสันไปช่วยสืบ แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องยอมทำปฏิญาณโลหิตกับเจ้าหญิงมหิยาว่าจะไม่ทรยศ แล้วเจสันกับมหิยาก็ร่วมมือกันเพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อค้นหาเบื้องหลังของเหตุการณ์ครั้งนี้
พล็อตเรื่องเหมือนจะเป็นการสืบสวน แต่มันไม่ใช่น่ะ มีตาย 3-4 ศพ แล้วก็เฉลยตูม ไม่ได้ลุ้นอะไร เนื้อเรื่องหลักเล่มนี้มันเป็นภูมิหลังกับการเมืองของพวกเทพๆ ของโลกในเรื่อง ซึ่งเราก็ยังไม่ค่อยอิน เล่มนี้เลยอ่านแบบเฉยๆ ไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้น่าเบื่อนะ แต่ชอบเล่มที่แล้วมากกว่า
เรื่องรักของพระเอกนางเอกเล่มนี้ก็ไม่ค่อยมีประเด็นขัดแย้งอะไรเท่าไหร่ แค่ต่างคนต่างมีอดีตที่ต้องเติบโตมาแบบโดดเดี่ยว บุคลิกของเจสันกับมหิยาโอเค แต่เราว่าก็ยังไม่เด่น ซึ่งมันอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยชอบเรื่องชุดนี้เท่าไหร่ เลยไม่จำตัวละคร เจสันเราก็เพิ่งมาจำได้เอาเล่มนี้ ตอนนี้ไล่ชื่อแก๊งเจ็ดคนของราฟาเอลได้ 5 คนแล้ว แต่อีก 2 คนยังนึกไม่ออกเลย
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555
(=_=) Zzzz
จนสิ้นเดือนแล้ว ก็ยังไม่หายยุ่งยังไม่หายขี้เกียจ แปะรูปไว้ก่อนแล้วกัน




คะแนน : 7.5
คะแนน : 8
คะแนน : 8
คะแนน : 7
วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
Artemis Fowl and The Last Guardian - Eoin Colfer
คะแนน : 8.5
ไฟกระชากทำอุปกรณ์เสีย เน็ตมือถือมันง่อยมาก 3g ก็ยังไม่มีใช้ เสียอารมณ์จนพาลไม่อยากเขียนเลย สั้นๆ แล้วกัน
อาร์ทิมิส ฟาวล์ #8 เล่มอวสาน (มั้ง) ออกมาแล้ว ตามอ่านกันมาเกินสิบปี จบลงแล้วในเล่มนี้ สนุกมากๆ
สปอยล์ถึงฉากจบ เฉพาะคนที่อ่านแล้วมาแชร์ความรู้สึกกันเท่านั้นนะ
ไฟกระชากทำอุปกรณ์เสีย เน็ตมือถือมันง่อยมาก 3g ก็ยังไม่มีใช้ เสียอารมณ์จนพาลไม่อยากเขียนเลย สั้นๆ แล้วกัน
อาร์ทิมิส ฟาวล์ #8 เล่มอวสาน (มั้ง) ออกมาแล้ว ตามอ่านกันมาเกินสิบปี จบลงแล้วในเล่มนี้ สนุกมากๆสปอยล์ถึงฉากจบ เฉพาะคนที่อ่านแล้วมาแชร์ความรู้สึกกันเท่านั้นนะ
สนุกตั้งแต่เริ่ม แอกชั่นลุ้นทั้งเล่ม ไม่มีเนื้อเรื่องช่วงอืดเลย บอสก็ยังเป็นโอปอลจอมแสบตามเคย เล่มนี้ยัยนี่โหดสุดๆ ขนาดตัวเองยังทำได้ลง จินตนาการไซไฟ+แฟนตาซีของเล่มนี้ก็น่าสนใจ เนื้อเรื่องตอนท้ายยอดเยี่ยมมาก ปรกติเรื่องชุดนี้ ความชอบของเราจะอยู่ในระดับ 8 มาตลอดเกือบทุกเล่ม แต่เล่มนี้บวกพิเศษให้เพราะ 3 บทสุดท้ายนั่นเลย เป็นฉากไคลแม็กซ์ที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก ตอนที่อาร์ทิมิสตาย ทั้งที่เห็นตายกันต่อหน้าต่อตา มีศพให้ฝัง แต่เราก็แค่เฮ้ยในใจนิดหน่อย แต่ไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องนี้จะจบแบบพระเอกตาย ไม่งั้นแฟนๆ โวยวายกันทั่วโลกแน่ ยังไงก็ต้องรอด และในที่สุดก็หาทางออกได้ดีแสดงถึงมันสมองอัจฉริยะของอาร์ทิมิส
ขอเพ้อเรื่องนึงเถอะ อาร์ทิมิสกับฮอลลี่ ความจริงเราก็ไม่ได้อยากให้มีความรักในนิยายกันทุกเรื่องนะ เล่มแรกๆ ของชุดนี้ตอนที่อาร์ทิมิสยังเป็นเด็ก เราไม่สนใจประเด็นนี้เลย ไม่เห็นจำเป็นต้องมีนางเอก ถ้าจะมีเราก็ไม่คิดถึงฮอลลี่ เพราะคนละเผ่าพันธุ์ แล้วฮอลลี่ก็อายุร้อยกว่า คนละรุ่นกันเลย แต่เพราะในเล่ม 6 ตอน The Time Paradox นั่นล่ะ ที่อาร์ทิมิสจูบกับฮอลลี่ มันก็เหมือนคนเขียนเพาะเมล็ดพันธุ์ทิ้งไว้ให้เราคิด พอเล่มที่แล้วปิดประเด็นไปเราก็หยุดเพ้อ แต่มาเล่มนี้อาร์ตี้กับฮอลลี่ก็ทำซึ้งกันเหลือเกิน ต่างฝ่ายต่างจะยอมเป็นผู้เสียสละ มุ่งมั่นห่วงใยกันขนาดนั้น จะไม่ให้จิ้นยังไงไหว แต่คนเขียนก็ย้ำจัง เพื่อนคนสำคัญของฉัน คำก็เพื่อน สองคำก็เพื่อน โธ่ อย่าขัดคอสิ ถ้าไม่อยากให้คิดไกล ก็อย่าแต่งให้สองคนนี้เขานึกถึงกันเยอะนัก เราว่าถ้าดูเฉพาะบุคลิกนิสัยใจคอ อาร์ทิมิสกับฮอลลี่โคตรจะสมกันเลย เติมเต็มกันได้พอดี แต่มนุษย์กับแฟรี่มันก็ยากน่ะนะ อ้ะ เพื่อนก็เพื่อน
เล่มนี้คนแต่งบอกว่าจะเป็นเล่มสุดท้าย ไม่เขียนต่อแล้ว เราคิดว่าฉากอวสานของเรื่องนี้ก็จบได้ดีแล้ว วนไปถึงเล่ม 1 ได้พอดี แต่เพราะการที่เขียนให้จบลงแค่ตรงนี้ โดยไม่มีการเขียนบทส่งท้ายบอกเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นไปของตัวละครหลังจากนี้ให้คนอ่านรู้ มันก็เหมือนผู้แต่งยังกั๊ก เปิดทางให้กลับมาเขียนต่อได้อีก วันไหนเปลี่ยนใจก็หาบอสใหม่มาแต่งเล่มใหม่ได้ ขออย่าให้มีเลย จบอย่างนี้ดีแล้วกำลังสวย ถ้ายืดกว่านี้จะหมดมุก
ขอเพ้อเรื่องนึงเถอะ อาร์ทิมิสกับฮอลลี่ ความจริงเราก็ไม่ได้อยากให้มีความรักในนิยายกันทุกเรื่องนะ เล่มแรกๆ ของชุดนี้ตอนที่อาร์ทิมิสยังเป็นเด็ก เราไม่สนใจประเด็นนี้เลย ไม่เห็นจำเป็นต้องมีนางเอก ถ้าจะมีเราก็ไม่คิดถึงฮอลลี่ เพราะคนละเผ่าพันธุ์ แล้วฮอลลี่ก็อายุร้อยกว่า คนละรุ่นกันเลย แต่เพราะในเล่ม 6 ตอน The Time Paradox นั่นล่ะ ที่อาร์ทิมิสจูบกับฮอลลี่ มันก็เหมือนคนเขียนเพาะเมล็ดพันธุ์ทิ้งไว้ให้เราคิด พอเล่มที่แล้วปิดประเด็นไปเราก็หยุดเพ้อ แต่มาเล่มนี้อาร์ตี้กับฮอลลี่ก็ทำซึ้งกันเหลือเกิน ต่างฝ่ายต่างจะยอมเป็นผู้เสียสละ มุ่งมั่นห่วงใยกันขนาดนั้น จะไม่ให้จิ้นยังไงไหว แต่คนเขียนก็ย้ำจัง เพื่อนคนสำคัญของฉัน คำก็เพื่อน สองคำก็เพื่อน โธ่ อย่าขัดคอสิ ถ้าไม่อยากให้คิดไกล ก็อย่าแต่งให้สองคนนี้เขานึกถึงกันเยอะนัก เราว่าถ้าดูเฉพาะบุคลิกนิสัยใจคอ อาร์ทิมิสกับฮอลลี่โคตรจะสมกันเลย เติมเต็มกันได้พอดี แต่มนุษย์กับแฟรี่มันก็ยากน่ะนะ อ้ะ เพื่อนก็เพื่อน
เล่มนี้คนแต่งบอกว่าจะเป็นเล่มสุดท้าย ไม่เขียนต่อแล้ว เราคิดว่าฉากอวสานของเรื่องนี้ก็จบได้ดีแล้ว วนไปถึงเล่ม 1 ได้พอดี แต่เพราะการที่เขียนให้จบลงแค่ตรงนี้ โดยไม่มีการเขียนบทส่งท้ายบอกเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นไปของตัวละครหลังจากนี้ให้คนอ่านรู้ มันก็เหมือนผู้แต่งยังกั๊ก เปิดทางให้กลับมาเขียนต่อได้อีก วันไหนเปลี่ยนใจก็หาบอสใหม่มาแต่งเล่มใหม่ได้ ขออย่าให้มีเลย จบอย่างนี้ดีแล้วกำลังสวย ถ้ายืดกว่านี้จะหมดมุก
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
The Great Escape - Susan Elizabeth Phillips
คะแนน : 8
ตั้งแต่ที่เห็น AAR ให้เรื่องนี้มา C+ เมื่อเดือนที่แล้ว ก็ทำให้เราต้องรีบขยับลดระดับความคาดหวังของตัวเองลงทันที อย่ารอลุ้นมากจะได้ไม่กดดันตอนอ่านจริง ยังไม่ได้อ่านรีวิวอันนั้นเลย เดี๋ยวจะกลับไปดูอีกทีว่าทำไมเกรดต่ำจัง เพราะเมื่อได้อ่านเองแล้วเราว่าเล่มนี้มันก็สนุกดีนี่นา แค่ขึ้นหน้าที่ 4 เท่านั้นก็เรียกเสียงหัวเราะพรืดแรกของเราได้แล้ว ตลอดเรื่องก็ขำกิ๊กกั๊กไปเกินสิบ มีหนนึงเราฮาก๊ากนาน 30 วินาทีเลย
ตอนต้นเรื่องเหมือน Hot Shot ลูซี่หนีออกจากงานแต่งงานของตัวเองใน Call Me Irresistible ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หนีหายไป แต่หลังจากนั้นเรื่องจะไปคล้ายๆ พวก Breathing Room, This Heart of Mine, Natural Born Charmer มากกว่า ตัวละครที่กำลังเสียศูนย์กับชีวิตมาอยู่ด้วยกันในบ้านพักริมทะเลสาบ บวกกับคู่รองที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน เป็นเรื่องที่เดินตามสูตรประจำของ SEP ทุกอย่าง ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่เราชอบสูตรนี้น่ะ แล้วเราชอบตัวละครของ SEP จริงๆ
ทั้งเรื่องมีตัวละครแค่ไม่กี่คนหรอก หลักๆ แค่ 5-6 คนเอง เพี้ยนๆ สติแตกกันนิดหน่อยแต่ก็น่ารัก ทุกคนมีปัญหาชีวิตของตัวแต่ก็พยายามจะจัดการตั้งศูนย์ตัวเองอยู่ เป็นกลุ่มคนที่ทำให้การได้รู้จักกันเป็นสิ่งที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่เดินผ่านไปผ่านมาในชีวิต ลูซี่หนีออกมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แล้วก็มาใช้เวลาตั้งหลักค้นหาตัวเอง (ในคราบของ the girl with the fake dragon tattoo) ^_^ คุณพี่หมีแพนด้าก็เป็นพระเอกที่โอเคนะ ส่วนบรีก็แทบจะเป็นนางเอกอีกคนได้เลย ฉากตอนที่กอดกับเด็กชายโทบี้ซึ้งมาก มีช่วงท้ายเรื่องเท่านั้นที่รู้สึกว่าเรื่องยืดไปหน่อย แต่โดยรวมๆ เล่มนี้ก็น่าพอใจมาก
ตอนต้นเรื่องเหมือน Hot Shot ลูซี่หนีออกจากงานแต่งงานของตัวเองใน Call Me Irresistible ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หนีหายไป แต่หลังจากนั้นเรื่องจะไปคล้ายๆ พวก Breathing Room, This Heart of Mine, Natural Born Charmer มากกว่า ตัวละครที่กำลังเสียศูนย์กับชีวิตมาอยู่ด้วยกันในบ้านพักริมทะเลสาบ บวกกับคู่รองที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน เป็นเรื่องที่เดินตามสูตรประจำของ SEP ทุกอย่าง ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่เราชอบสูตรนี้น่ะ แล้วเราชอบตัวละครของ SEP จริงๆ
ทั้งเรื่องมีตัวละครแค่ไม่กี่คนหรอก หลักๆ แค่ 5-6 คนเอง เพี้ยนๆ สติแตกกันนิดหน่อยแต่ก็น่ารัก ทุกคนมีปัญหาชีวิตของตัวแต่ก็พยายามจะจัดการตั้งศูนย์ตัวเองอยู่ เป็นกลุ่มคนที่ทำให้การได้รู้จักกันเป็นสิ่งที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่เดินผ่านไปผ่านมาในชีวิต ลูซี่หนีออกมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แล้วก็มาใช้เวลาตั้งหลักค้นหาตัวเอง (ในคราบของ the girl with the fake dragon tattoo) ^_^ คุณพี่หมีแพนด้าก็เป็นพระเอกที่โอเคนะ ส่วนบรีก็แทบจะเป็นนางเอกอีกคนได้เลย ฉากตอนที่กอดกับเด็กชายโทบี้ซึ้งมาก มีช่วงท้ายเรื่องเท่านั้นที่รู้สึกว่าเรื่องยืดไปหน่อย แต่โดยรวมๆ เล่มนี้ก็น่าพอใจมาก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)